เร่งสอบสวนคดี ชายถูกเผาเป็นตอตะโกเสียชีวิตอยู่ในรถบรรทุก 6 ล้อ

เร่งสอบคดีชายถูกเผา ในรถบรรทุก 6 ล้อเสียชีวิต

เร่งสอบคดีชายถูกเผา ร.ต.อ.นิพล ดีสันเทียะ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบล วังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้ และมีคนถูกไฟครอกเสียชีวิตอยู่ภายในรถ

โดยที่เกิดเหตุอยู่ในบ้านวังไผ่ หมู่ที่ 12 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้พบรถยนต์หกล้อ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 87-5247 นครราชสีมา บรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล ถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้สายยางฉีดน้ำดับไฟ หลังจากดับไฟได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นบริเวณที่นั่งด้านหน้าฝั่งคนขับ ได้พบร่างของชายวัยกลางคน เสียชีวิตในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโก บริเวณใกล้เคียงกันพบกระเป๋าสัมภาระของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายสมาน แฟสันเทียะ วัย 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ทางด้านนายติ๊ก (นามสมมติ) เจ้าของรถบรรทุกและนายจ้างของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่าช่วงนี้ได้รับเหมาขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว โดยมีนายสมานเป็นลูกจ้าง นอนเฝ้ารถบรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล ส่วนของสาเหตุไฟไหม้รถบรรทุกในครั้งนี้ ไม่น่าจะมาจากอุบัติเหตุหรือเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างแน่นอน แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายหวังที่จะเข้ามาขโมยรถบรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล เพราะนายสมานขับรถไม่เป็น แต่รถยนต์ได้เคลื่อนห่างออกมาจากจุดจอดรถประมาณ สิบ เมตร จึงคาดว่าคนร้ายพยายามลากจูงรถออกไป แต่ไม่สำเร็จเพราะรถถูกล็อกล้อไว้ ทางคนร้ายจึงได้ทุบศีรษะนายสมานจนเป็นรอยยุบบริเวณกะโหลก เมื่อเสียชีวิตแล้วนำมาวางไว้ที่บริเวณเบาะคนขับ ก่อนจะจุดไฟเผารถเพื่ออำพรางคดี

แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว ยังไม่ตัดทิ้งทั้งประเด็นอุบัติเหตุและฆาตกรรม โดยได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมกับสวนสอบสวนและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุต่างๆ เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป…

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม ‘มาดามเดียร์โมเดลลิ่ง’ ชวนเด็กสาวค้าประเวณีทางสื่อโซเชียล

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม ชวนเด็กสาวค้าประเวณี

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2020 พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม.พ.ต.ท.ไผท คูสันเทียะ, พ.ต.ท.วรพงษ์ เรือนชุ่มเชย รอง ผกก.๒ บก.ปคม. พร้อมชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ปคม. นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ที่ 151/2563 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 63 จับกุม น.ส.กรรณิกา ภักดี วัย 35 ปี มาดามเดียร์โมเดลลิ่ง

ถูกจับในข้อหา “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15ปี แต่ไม่เกิน18ปี , ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้อื่น

หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี จัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่า 15ปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”

ซึ่งมีพฤติการณ์ที่ชักชวนเด็กสาวค้าประเวณีทางสื่อโซเชียล โดยจะส่งเด็กไปทำงานทั้งในและต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะรับเด็กในพื้นที่พัทยา เพื่อส่งให้ลูกค้า ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยในซอยกอไผ่ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง
จังหวัดชลบุรี และทำการจับกุมที่ บริเวณหน้าอพาร์ทเมนท์ ไม่ทราบชื่อ ภายในซอยกอไผ่ จากนั้นก็ นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

ลูกค้าแสบเอามะขามยัดไส้ยาบ้าฝากส่งไปเกาหลี เจ้าของร้านลั่น !!หวิดกลายเป็นคนส่งยา

หวิดกลายเป็นคนส่งยา ลูกค้ายัดยาส่งต่างประเทศ

หวิดกลายเป็นคนส่งยา 13 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tam Supamas ประกอบอาชีพรับขนส่งสินค้า-พัสดุไปที่ประเทศเกาหลี ได้มาโพสต์เตือนภัยคนที่ทำอาชีพรับส่งของไปยังต่างประเทศ หลังจากตนเองเกือบได้ต้องมาทำผิดกฏหมาย โชคดีที่รู้ทันและแจ้งตำรวจ สน.คลองตัน ให้เข้ามาตรวจสอบสินค้าที่มีคนมาฝากให้ส่งเป็นมะขามยัดไส้ยาบ้าส่ง เกาหลี

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tam Supamas ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “เตือนภัยแม่ค้าทุกท่าน บุคคลนี้เป็นภัยต่อสังคมนะคะ ให้ระวังไว้ด้วย จะส่งสินค้าไปประเทศเกาหลี แต่แอบเอายาเสพติดยัดใส่มะขาม อย่าให้มีที่ได้ยืนในสังคม ขอบคุณคุณตำรวจ สน.คลองตันที่ช่วยดูแลคดีนี้ให้ค่ะ”…

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว หลังชิงเงินร้านสะดวกซื้อ พบเป็นอดีต พนง.หาเงินจ่ายค่าที่พัก

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว ตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ รวบ อดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ ชิงเงินร้านสะดวกซื้อปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 เผยตั้งใจมาก่อเหตุที่สาขานี้ พบประวัติเคยถูกให้ออกเพราะยักยอกเงินของสาขาที่เคยทำ ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เผยว่า ชุดทำงาน จับกุม นายจักรรินทร์ รักอยู่สุข หรือ อั๋น วัย 39 ปี หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดยาว 1 ฟุต จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 ซึ่งเข้ามาก่อเหตุ เมื่อช่วงเวลา 1.04 น. วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดหมู ใส่แมส ก่อนจะใช้อาวุธมีดเดินเข้าไปหลังเค้าท์เตอร์ จี้พนักงานชาย ให้เข้าไปหลังร้าน จากนั้นหยิบขนม มาสแกนที่เครื่องคิดเงิน 2 เครื่อง เพื่อให้ลิ้นชักเก็บเงินเปิด และหยิบเงินสดในลิ้นชักออกไป ก่อนที่จะเปิดเอาเงินที่อยู่ใต้ด้านล่างออกไปรวมทั้งสิ้น 14,734 บาท ในระหว่างนั้นมีลูกค้ามาซื้อของ ก็ทำทีเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ คิดเงินให้ลูกค้า โดยใช้เวลาอยู้ในร้านประมาณ 3-4 นาที หลังก่อเหตุ ข้ามสะพานลอย ไปขึ้นรถแท๊กซี่สีฟ้าแล้วหลบหนีไป พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พร้อมด้วย ชุดสืบสวน สน.บางกอกใหญ่ ได้ไล่ภาพกล้องวงจรปิด และดูจากพฤติกรรม เชื่อว่าเคยเป็นอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ จนได้สืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายอั๋น เคยเป็นอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ สาขาซอยอิสรภาพ 47 อยู่นาน 2 เดือน ก่อนถูกให้ออกจากงานเพราะเคยมีพฤติกรรมยักยอกเงิน จากนั้นก็ไปพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวที่ห้องพัก ย่านจรัญสนิทวงศ์ 25 เมื่อไม่มีเงิน ประกอบกับความมึนเมา จึงได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญาตลิ่งชันเพื่อออกหมายจับ ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธและพาอาวุธมีดไปในเมือง ซึ่งไม่มีเหตุอันควร จึงทำการเข้าจับกุมในห้องพัก ในเวลาประมาณ ห้าทุ่ม ในเบื้องต้นนายอั๋น ได้ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ซึ่งนำเงินที่ได้ไปให้ภรรยาจ่ายค่าห้องพักที่ติดค้างอยู่ โดยเจ้าตัวตั้งใจมาก่อเหตุที่สาขานี้ โดยหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ…

ระทึกที่ยูเครน ! ชายติดอาวุธยึดรถโดยสารจับตัวประกัน 16 คน

ระทึกที่ยูเครน คนร้ายจับตัวประกัน 16 คน

ระทึกที่ยูเครน เกิดเหตุชายติดอาวุธบุกยึดรถโดยสารและจับผู้โดยสารบนรถ 16 คน เป็นตัวประกัน หลังตำรวจใช้เวลาเจรจานานหลายชั่วโมง จึงสามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้พร้อมทั้งเร่งสอบสวนหาเหตุจูงใจ

22 ก.ค.2563 ชายติดอาวุธได้บุกยึดรถโดยสารและจับผู้โดยสารบนรถ 16 คน เป็นตัวประกัน ในเมืองลุทสค์ ของยูเครน โดยมีผู้ก่อเหตุยิงเข้าใส่ตำรวจที่ระดมกำลังเข้ามาปิดล้อมและขว้างระเบิดออกมาจากรถแต่ระเบิดไม่ทำงาน โดยนอกจากนี้ ยังบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า วางระเบิดไว้ในที่สาธารณะ สามารถจุดชนวนได้จากเครื่องควบคุมระยะไกลได้

มีรายงานว่าโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้เจรจากับผู้ก่อเหตุนำไปสู่การปล่อยตัวประกัน 3 คน ก่อนที่กำลังตำรวจจะช่วยตัวประกันที่เหลือ 13 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยวิกฤตตัวประกันยุติลง หลังตำรวจได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อม ผู้ก่อเหตุเป็นเวลานานนับหลายชั่วโมง

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ มักซิม ครีวอช วัย 44 ปี มีประวัติเคยต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี ในหลายข้อหา รวมถึงฉ้อโกงและมีอาวุธผิดกฎหมายในครอบครอง แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุ !!…

คาดไม่พอใจ หนุ่มใหญ่ชักปืนขู่ จนท.โรงพยาบาลนครนายก

หนุ่มใหญ่ชักปืนขู่ คาดไม่พอใจ จนท.โรงพยาบาล

หนุ่มใหญ่ชักปืนขู่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครนายกเข้าแจ้งความถูกหนุ่มใหญ่ชักปืนขู่ คาดไม่พอใจเจ้าหน้าที่ขณะกำลังโบกรถให้ผู้สูงวัยถอยเข้าจอดในที่จอดรถของโรงพยาบาล

22 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนุ่มใหญ่วัยประมาณ 50 ปี ชักปืนขู่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครนายก เหตุเพราะไม่พอใจทำงานล่าช้า หลังเจ้าหน้าที่โบกรถให้ผู้สูงวัยจอดบริเวณลานจอดรถขาออกโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครนายก เข้าแจ้งความ สภ.เมืองนครนายก เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหา ว่าถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืนทำให้ตกใจกลัว ส่วนเรื่องอาวุธปืนที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างต้องรอหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก ได้กล่าวถึงคดีนี้ว่า ได้รับแจ้งว่ามีเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่ในโรงพยาบาลนครนายก จากนั้นชุดสืบ สภ.เมืองนครนายก ได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องของการเข้าซองที่จอดรถและมีการจอดขวางรถผู้อื่นที่เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาล จึงทำให้เกิดปากเสียงกันระหว่างคู่กรณี โดยผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธปืนออกมาแสดงให้ดูขณะอยู่ภายในรถ ทำให้ผู้ที่ถูกข่มขู่นั้นเกิดความหวาดกลัว

ในเบื้องต้นตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นป้ายทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้เสียหายได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายกหลังถูกข่มขู่ทำให้ตกใจกลัว เป็นความผิดทางอาญา ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รับแจ้งความและสอบปากคำไว้แล้ว พร้อมทั้งเตรียมสืบสวนหาผู้ก่อเหตุ และจะเรียกมาสอบถามถึงข้อเท็จจริง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป…

วัดดัง ปั้นหุ่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ เตือนคนไทยอย่าการ์ดตก

ปั้นหุ่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’

ปั้นหุ่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ที่สมุทรสงคราม-ที่บริเวณค่ายบางกุ้ง ภายในวัดบางกุ้ง อ.บางคนที มีหุ่นปั้นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในชุดของนักมวยไทยโบราณ

สอบถาม นายสมศักดิ์ แซ่โค้ง วัย 66 ปี ผู้ดูแลวัดบางกุ้ง เผยว่า ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ภาครัฐรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนดูแลตนเองด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ วัดบางกุ้งจึงมีไอเดียปั้นหุ่น พล.อ.ประยุทธ์ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสีแดง หรือชุดนักมวยไทยในสมัยโบราณ ในท่าตั้งการ์ด โดยมือสองข้างพันผ้าแบบมวยคาดเชือก เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนให้ประชาชนได้เห็นว่าคนไทยไม่ควรการ์ดตก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยนอกจากนี้ ยังได้ปั้นหุ่น พล.อ.ประวิตร ในชุดนักรบโบราณสีน้ำเงิน มือซ้ายถือโล่เป็นรูปนาฬิกา ส่วนมือขวานิ้วกลางสวมแหวนวงงาม ถือดาบชูเหนือศีรษะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์พร้อมที่จะต่อสู้อยู่เคียงข้างกับนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกันนั่นเอง…

ระทึก ล่าแก๊งยานรก ชิงรถตำรวจหลบด่าน ล่าดุเดือด

ล่าแก๊งยานรก ชิงรถตราโล่ตำรวจแหกด่านหนี ระทึก

ล่าแก๊งยานรก เมื่อวานนี้10พ.ค. พ.ต.ท.อำนาจ บุญประไพ สารวัตรใหญ่ สภ.หนองบ่อ อำเภอ

นาแก จังหวัดนครพนม ประสานงานร่วมกับ ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปราม

เข้าตรวจสอบ กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัย

ขบวนการค้ายาเสพติด หลังหลบหนีการตรวจค้นและจับกุม ขณะเจ้าหน้าที่ ตำรวจตั้งจุดตรวจ

สกัด บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.เขาวง

จากนั้นมีชายวัยรุ่นต้องสงสัย ก็ได้ขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีส้ม ป้ายทะเบียน 7 กฎ 431 กทม. มา

จอด เจ้าหน้าที่ จึงขอเข้าตรวจค้นจับกุม แต่ชายวัยรุ่นที่ขับรถยนต์กระบะต้องสงสัยคันดังกล่าว

มาจอด ได้วิ่งหลบหนีลงจากรถคาดว่ามีสิ่งของที่ผิดกฎหมาย และได้ฉวยโอกาสขับรถยนต์ตรา

โล่ของตำรวจที่จอดรถสตาร์ทไว้ หลบหนี มุ่งหน้าไปในพื้นที่ จังหวัดสกลนคร เข้าเขตพื้นที่

จังหวัดนครพนม จึงมีการเร่งประสานติดตามสกัดจับกุม ตามเส้นทางต่างๆ โดยล่าสุด คนร้าย

ก็ได้ขับรถยนต์ตราโล่ ของ สภ.เขาวง ไปจอดทิ้งไว้ บริเวณสันเขื่อน ในพื้นที่ หนองบ่อ ตำบลคำ

พี้ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม แต่คนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่ จึงได้ระดมกำลัง

เข้าปิดล้อม ตรวจสอบ ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งติดตามจับกุมตัวมาสอบสวน

ในเบื้องต้นทางตำรวจได้มีการตรวจค้น รถยนต์กระบะดังกล่าว ยี่ห้ออีซูซุ สีส้ม ทะเบียน 7 กฎ

431 กทม. ที่จอดทิ้ง ก่อนหลบหนี พบภายในซุกซ่อนยาบ้า ไว้จำนวน 2 มัด ประมาณ 4,000

เม็ด จึงยึดเป็นของกลางและ เร่งสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี โดยได้ประสานในพื้นที่

เสี่ยง รวมถึง มีการปิดล้อมตามเส้นทาง ที่คาดว่าหลบหนี และแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ ใกล้

เคียง เฝ้าระวัง ช่วยแจ้งเบาะแส…

จับแล้ว ไอ้หื่น ข่มขืนหลานสาว วัย10ปี หลังจากหนีคดี 9ปี ไม่รอดคุก !

ไอ้หื่น ข่มขืนหลานสาว วัย10ปี โดนรวบแล้ว หลังหนีคดี นาน9 ปี

ไอ้หื่น ข่มขืนหลานสาว วัย10ปี หนีไม่รอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายสวาท วัย 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

“ข่มขืนกระทำชำเราเด็กวัยยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน และ พรากเด็กวัยยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากพ่อและแม่ โดยปราศจากเหตุอันสมควร และลักทรัพย์”

กรณีเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 54 นางบี (นามสมมติ) แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 10 ปี ได้

ออกไปทำงานตัดอ้อยที่ไร่ จึงได้ฝากให้นายสมร (สงวนนามสกุล) ปู่ของด.ญ.เอ ช่วยดูแลแทน

ต่อมา นายสวาทซึ่งเป็นผู้ต้องหา ซึ่งเป็นน้องเขยของนางบี ได้มาที่บ้านของนายสมรฯ และเห็น

ว่าด.ญ.เอ มีบุคลิกหน้าตาดี จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ผู้ต้องหาจึงออกอุบายล่อลวงว่าจะ

พาด.ญ.เอ ไปฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์ และได้ทำทีขอยืมรถจักรยานยนต์ของคนที่บ้านหลังดัง

กล่าว พาด.ญ.เอ ไปที่บริเวณป่าอ้อย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของด.ญ.เอ และใช้กำลังบังคับ

ข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้ยังข่มขู่บังคับห้ามมิให้ด.ญ.เอ บอกเรื่องดัง

กล่าวกับใคร หลังจากนั้นผู้ต้องหาจึงได้ลักเอารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่หลบหนีไป เมื่อ

นางบี กลับมาถึงบ้าน พบว่าด.ญ.เอ มีอาการซึมเศร้าผิดปกติ จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดัง

กล่าว นางบี จึงพาด.ญ.เอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีธาตุ จังหวัด

อุดรธานี และทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุญาตศาลเพื่อหมายจับผู้

ต้องหา

จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบอาชีพรับจ้าง และ

พักอาศัยอยู่ที่บริเวณ ซอยนาจอมเทียน 25 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เจ้า

หน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและเฝ้าสังเกตการณ์ จนเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม

2563 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบผู้ต้องหาอยู่ที่บริเวณกลางซอย

นาจอมเทียน 25 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกันแสดงตนและ

แสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเข้าใจดีแล้ว และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีธาตุ

จังหวัดอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับ

สารภาพตลอดข้อกล่าวหา…

สุดทน หลานติดยา ทำร้ายคนในบ้าน ไถเงินยาย น้าคว้าลูกซองยิงดับคาที่

สุดทน หลานติดยา น้าคว้าปืนลูกซอง ยิงดับ อนาถ !

สุดทน หลานติดยา  น้าคว้าปืนลูกซอง ยิงดับ เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 8 พ.ค.63 ร.ต.ท.บุริศร์ พระคง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุพรรรบุรี ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ณ บริเวณบ้านเลขที่ 210/2 หมู่ 5 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอ

เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสถาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพจน์ วีเปลี่ยน ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมพร พุกหหอม ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี แพทย์เวร รพ.เจ้าพระยายมราช และ สมาคมเณรแก้ว

กู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี  ณ ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่บริเวณข้างบันไดทางขึ้นบ้าน พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายพัฒประพงษ์ สิงห์ทอง วัย 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210/6 หมู่ 5 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง

จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกยิงเข้าที่   หน้าอกด้านขวา 1 นัด ด้วยอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต นุ่งกางเกงสีแดง ไม่สวมเสื้อ มีเลือดไหลออกจากปาก ส่วนมือปืนคือ นายเสวก สำราญสุข อายุ 53 ปี อ

ยุ่บ้านเลขที่ 210/2 หมู่ที่ 5ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นหลานชายของ นายเสวก ผู้ก่อเหตุ มาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้าน ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำผู้ตายอาละวาดโวยวายอาการคล้ายคนเมายา และ ทำท่าจะเข้าไปทำร้ายยาย ซึ่งเป็นแม่ของ นาย

เสวก เห็นทนไม่ไหว ด้วยอารมณ์โมโหจึงเข้าไปในบ้าน หยิบปืนมายิงใส่ 1 นัด จนเสียชีวิต

ด้าน นางชู สำราญสุข อายุ 80 ปี ยายผู้ตายและเป็นแม่ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ตายตั้งแต่ย้ายมาอยู่ก็ข่มขู่เอาเงินอยู่เนืองๆ และก็เคยตบตีตนอยู่บ่อยๆ แต่มาพักหลังไม่ค่อยกล้าทำ เพราะกลัวนายเสวกซึ่งเป็นลูกชาย ผู้ตายมีนิสัย

ชอบลักขโมย วันนี้นายเสวกทนไม่ไหวที่หลานติดยามาเป็นสิบปี บอกให้เลิกก็ไม่ยอม

ด้านญาติ ได้เล่าว่า ผู้ตายติดยาเสพติดมานานมากแล้ว เมื่อก่อนผู้ตายอาศัยอยู่กับมารดาซึ่งเป็นลูกของยายชู แต่ผู้ตายนั้นไม่ยอมทำงาน ติดยาและชอบขโมยของในบ้านไปขายจนหมด จนตอนหลังต้องย้ายมาอยู่กับยาย

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ก็ชอบไปไถเงินยายเป็นประจำ พอไม่มีให้ก็ทำร้ายทุบตี เป็นอย่างนี้มานาน โดยบ้านหลังเกิดเหตุเมื่อก่อนมีแค่นายเสวกกับยายชูอยู่กันแค่ 2 คน แต่พอผู้ตายเข้ามาก็มีพฤติกรรมเอะอะโวยวาย ทำร้ายคนใน

บ้านและลักขโมยของ ต้องอยู่กันด้วยความหวาดระแวง จนนายเสวกทนไม่ไหว เพราะโดนทำร้ายเป็นประจำ จึงใช้ปืนยิงใส่ผู้ตายจนเสียชิวิต ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้สอบสวนและทำแผน เพื่อ

ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป…