ตำรวจไล่ล่าระทึก คนขับรถพ่วงเสพยานรก ฝ่าด่านตรวจหนีข้ามอำเภอไกลกว่า 50 กม.

ไล่ล่าระทึก พ่วงเสพยาฝ่าด่านตรวจ

ไล่ล่าระทึก ตำรวจ สภ.โชคชัย นครราชสีมา ขับรถไล่ล่า ก่อนประสานตำรวจต่างท้องที่ให้สกัดจับคนขับรถบรรทุกพ่วง ที่ฝ่าด่านตรวจหลบหนีข้ามอำเภอ ไปไกลกว่า 50 กิโลเมตร พอจับได้สารภาพพึ่งเสพยาบ้ามา กลัวถูกตำรวจจับ

เหตุระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อ 16 ก.ย.โดยตำรวจ สภ.โชคชัย ขับรถไล่ติดตามรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ไปแบบกระชั้นชิด ในขณะที่คนขับรถพ่วงพยายามหลบหนีไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 226 แยกหนองพลวง ตำบลจักราช ข้ามเขตไปในพื้นที่อำเภอจักราช ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปทางอำเภอพิมาย

รถพ่วงคันนี้ขับหนีไปไกลกว่า 50 กิโลเมตร ทำให้ ตำรวจ สภ.โชคชัย ประสานแจ้งตำรวจ สภ.พิมาย ระดมตำรวจกว่า 20 นาย พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน จอดปิดขวางถนน

เมื่อคนขับรถพ่วงเจอรถขวางอยู่จึงได้ชะลอความเร็วก่อนจะจอดรถ แล้วรีบเปิดประตูเตรียมวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจรีบเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ได้

นายนเรศ อินทร์จันทร์ วัย 41 ปี รับสารภาพว่า กำลังขับรถไปบรรทุกมันสำปะหลังที่จังหวัดอุดรธานี แต่ขณะที่ขับรถมาเห็นด่านตรวจจึงกลัวความผิด เพราะพึ่งเสพยาบ้ามา จึงได้ตัดสินใจฝ่าด่านหลบหนี

ตำรวจได้ตรวจค้นรถบรรทุกพ่วงอย่างละเอียด เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมนำตัว นายนเรศ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ จยย. ลุงถือเหล็ก 1 เมตร ด่าหยาบโวยตำรวจ

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ ด่าหยาบตำรวจ

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ ที่กระบี่แชร์สนั่น ชายสูงอายุโวยตำรวจหลังถูกล็อคล้อ หน้าตลาดเหนือคลอง พร้อมถือเหล็ก 1 เมตร ขู่ตำรวจ ก่อนตำรวจจะปล่อยตัวไป เตรียมหารือว่าจะดำเนินคดีหรือไม่

โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. โลกโซเชียลของชาวกระบี่ ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอที่ผู้ใช้ชื่อว่า สุวรรณา บุตรหลี ได้โพสต์ พร้อมข้อความว่า อย่ามาบ้ากับกูนะ หรอย ๆ เหนือคลอง กระบี่ วึ่งในคลิปมีชายสูงอายุคนหนึ่ง ได้เกิดฟิวส์ขาด เดินถือวัตถุคล้ายท่อเหล็กยาวประมาณเกือบ 1 เมตร ตะโกนเอะอะโวยวายเสียงดัง ด่าด้วยคำหยาบคาย เดินออกไปริมถนนใกล้ป้อมตำรวจจราจร ทำให้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นก็ตำรวจจราจรนายหนึ่ง เดินออกมาจากป้อม ออกไปที่ชายคนดังกล่าว ชายคนดังกล่าวก็ยังตะคอกด่าตำรวจจราจรด้วยคำหยาบคาย ก่อนตำรวจจราจรคนดังกล่าวจะนั่งลงไขกุญแจปลดโซ่ล็อคล้อรถ จยย.ที่จอดอยู่ออก

จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ย. บริเวณริมถนนเพชรเกษม ใกล้กับปากซอยเทศบาล 14 เขตเทศบาลตำบลเหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งชายคนในคลิปไม่พอใจที่ตำรวจจราจรใช้โซ่ล็อคล้อรถ จยย.ของตัวเอง ซึ่งรถ จยย.คันดังกล่าว จอดอยู่ริมทางที่มีการทาขาวแดงไว้ อยู่ตรงหน้าป้อมตำรวจกลางตลาด ซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอดรถ

พ.ต.ท.ยุทธศักดิ์ นุสรรัมย์ รอง ผกก.ป.สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนรับทราบแล้ว เนื่องจากมีการนำคลิปมาโพสต์ในโลกโซเชียล จากการตรวจสอบทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้มีชายคนดังกล่าวมาโวยวายใส่ตำรวจที่ถูกล็อคล้อ และได้ไปถอดกุญแจให้ปล่อยตัวไป โดยได้ว่ากล่าวตักเตือนไปเท่านั้น และไม่ได้มีการปรับใด ๆ เพราะจุดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาการจอดรถซ้อนคันและอยู่ใกล้แยกกลางตลาด ซึ่งเริ่มทำมาได้สองเดือนแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะได้หารือกับทางตำรวจที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะพบว่าชายคนดังกล่าวถืออาวุธและมีท่าทางข่มขู่เจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าชายคนนี้บ้านอยู่ ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง…

ระทึกนาทีชีวิต รถโม่ปูนชนมหาวินาศแยกไฟแดงนครปฐม ตำรวจคาดเบรกแตก

ระทึกนาทีชีวิต รถโม่ปูน เบรกแตก

ระทึกนาทีชีวิต กล้องวงจรปิดจับภาพ รถบรรทุกสิบล้อขับมาด้วยความเร็วสูง ในระหว่างที่รถคันอื่นจอดติดรอสัญญาณไฟแดงกัน บริเวณสามแยกไฟแดง บาดเจ็บ 3 ราย

ในวันที่ 3 ก.ย.63 บริเวณถนนมาลัยแมน แยกไฟแดงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยา เขต

กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ระหว่างนั้นได้มีรถจำนวนหลายคันจอดติดไฟแดงที่สามแยก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน อยู่ๆก็ได้มีรถสิบล้อโม่ปูนวิ่งมาด้วยความเร็วและเข้าชน

มหาวินาศ ทำให้รถที่จอดไฟแดงนั้นได้รับความเสียหายหลายคันและมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่ที่สุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ได้เข้าทำความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำส่งโรงพยาบาล

อำเภอกำแพงแสน แต่รถสิบล้อคันดังกล่าวไม่มีทีท่าว่าจะเบรค พยายามแซงซ้ายและหักเข้าขวา เป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำและไปรถคันอื่นถึง 5 คัน

ได้ทราบชื่อคนขับรถสิบล้อ นายถวัลย์ เกาะกลาง วัย 51 ปี อาการบาดเจ็บสาหัส และมีผู้บาดเจ็บ

อีก 2 ราย นาง สมศรี สระทองแดง วัย 54 ปี และ ด ญ พิมลวรรณ เรืองทิม วัย 4 ปี โดย ผู้บาดเจ็บทั้งหมด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ สุขศาลานุเคราะห์นครปฐม นำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน ซึ่งเจ้า

หน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน จะทำการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ได้คาดว่ารถสิบล้อโม่ปูนคันดังกล่าวคงจะเบรกแตก พอมาถึงไฟแดงที่มีรถจอดรออยู่เป็นจำนวนหลายคัน รถสิบล้อคันดังกล่าว

ไม่มีทีท่าที่จะเบรค และพยายามจะหักหลบ ทำให้รถสิบล้อโม่ปูนคว่ำและพุ่งชนรถที่จอดไฟแดงดังกล่าว…

มือยิงสนั่นหาดชะอำ มอบตัวแล้ว อ้างทำไปเพราะป้องกันตัว

มือยิงสนั่นหาดชะอำ อ้างทำไปเพราะป้องกันตัว

มือยิงสนั่นหาดชะอำ ในความคืบหน้าการยิงกันที่ชายหาดชะอำ ระหว่างชาวชะอำด้วยกันเอง เหตุจากการตั้งเตียงผ้าใบชายหาดและเรือสปีดโบ๊ท รัวสนั่นเสียงดังลั่นไปทั้งชายหาดชะอำเหนือ สิ้นเสียงปืนมีผู้ได้บาดเจ็บจากกระสุน 2 คน 1 ใน 2 คนอาการสาหัส

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงทำให้มีผู้บาดสองราย ซึ่งพ่อผู้ต้องหานายทวี กำไลแก้วบอกว่าที่ลูกชายยิงเพื่อเป็นการป้องกันตัว ตนถูกต่อยที่ดวงตาก่อนที่ลูกชายจะวิ่งไปเอาปืนในรถมายิง โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนนี้อยู่ในห้องไอซียูมีอาการหนัก ส่วนสาเหตุเพราะมีปากเสียงกันเรื่องการวางเตียงผ้าใบให้บริการนักท่องเที่ยวที่ชายหาดชะอำ…

ตร.เร่งล่าตัวรู้ตัวแล้ว คนร้ายขี่ จยย.ประกบใช้มีดไล่แทงชาวบ้าน

รู้ตัวแล้วคนร้าย ใช้มีดไล่แทงชาวบ้าน

รู้ตัวแล้วคนร้าย ที่ขอนแก่น ตำรวจรู้ตัวคนร้ายขี่มอเตอร์ไซด์ตามประกบ หญิงสาวขายลาบแล้วใช้มีดพกสั้นแทงผู้เป็นสามีคนซ้อนท้ายแล้ว ในขณะที่ผู้เสียหายอีกรายโผล่ ยันเป็นคนเดียวกัน

ซึ่งผู้เสียหาย คือ น.ส.อติพร ด้วงพันนา วัย 21 ปี และนายฉลองชัย รัตสุข วัย 24 ปี สองสามีภรรยา ช่วงเช้า ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น กรณีถูกคนร้ายเป็นชายขี่มอเตอร์ไซด์ประกบแล้วหยิบมีดออกมาแทงสามี แล้วได้ขี่รถหนีไป

โดยล่าสุด พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เผยว่า ขณะนี้ทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแล้ว หลังมีผู้เสียหายเพิ่มอีก 1 ราย ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน โดยในภาพวงจรปิดที่เห็นหน้าคนร้าย และยืนยันตรงกันว่าเป็นคนเดียวกัน ที่ได้ขี่รถตามประกบผู้เสียหาย ก่อนจะหาเรื่องแล้วหยิบมีดออกมาแทง ตอนนี้มีผู้เสียหายอยู่ 2 ราย ที่ได้ถูกคนร้ายก่อเหตุ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในขณะที่ นายวันชนะ ศิลปะทองคำ วัย 24 ปี ผู้เสียหายอีกราย เผยว่า เหตุเกิดเมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งเป็นวันเดียวกับผู้เสียหายรายแรก ซึ่งตนเองขี่รถมอเตอร์มากับแฟน เพื่อจะไปซื้อของ แต่ระหว่างนั้นคนร้ายขี่รถมาประกบที่ด้านขวา แล้วถามหาเรื่องว่า “มึงมองหน้ากูทำไม” ก่อนชายดังกล่าวจะหยิบมีดพกสั้นออกมาแล้วแทงตนเองช่วงขา แต่ตนเองก็หลบทันแล้วรีบขี่หนีทันที…

คลิประทึก กระบะเสียหลัก พลิกคว่ำหลายตลบคาแยกฉะเชิงเทรา

กระบะเสียหลัก พลิกคว่ำ คาแยกฉะเชิงเทรา

กระบะเสียหลัก ที่ฉะเชิงเทรา ภาพวงจรปิดบริเวณสี่แยกซินเอี่ยว ถนนสายโรงไฟฟ้า หมู่4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้จับภาพขณะที่ รถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว มีนายศิริศักดิ์ โสรัมย์ วัย 28 ปี ขับมาจากซอยซินเอี่ยวแล้วกำลังจะออกมาทางสี่แยกซินเอี่ยว

ซึ่งขับมาด้วยความเร็วก่อนจะเสียหลักส่ายไปมา แล้วรถพุ่งเข้าข้างทางก่อนจะพลิกคว่ำไปหลายตลบ ก่อนจะตกลงไปในคูน้ำ ทำให้นายศิริศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก โดยเจ้าหน้าที่และพลเมืองดีต้องรีบช่วยเหลืออกจากตัวรถแล้วเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11

ในเบื้องต้นพบว่ารถพังเสียหายทั้งคัน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวนนายศิริศักดิ์อีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยทางตำรวจได้ตรวจเลือดเพื่อจะวัดค่าแอลกอฮอล์ในเลือดด้วย…

หนุ่มสุดผวา งูเห่าโผล่ชักโครกเขี่ยก้น ขณะปลดทุกข์

งูเห่าโผล่ชักโครก หนุ่มสุดผวา ปลดทุกข์งูเขี่ยก้น

งูเห่าโผล่ชักโครก ที่ปทุมธานี – ศูนย์วิทยุอาสาสมัครเหยี่ยวเวหาปทุมธานี รับแจ้งจากประชาชนขอความช่วยเหลือมีงูเห่าอยู่ภายในห้องน้ำ ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น เจ้าของบ้านพาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครไปยังที่พบงู เป็นที่ ห้องน้ำของบ้าน โดยชั้นล่างพบว่าเป็นงูเห่าโผล่ออกมาจากชักโครก

ซึ่งจากการตรวจสอบพบ เป็นงูเห่าขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 1.50 cm เมตรอยู่ในโถชักโครก เจ้าหน้าที่อาสาสมัครจึงได้ใช้อุปกรณ์ในการจับแต่ก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถจับงูเห่าออกมาได้

จากการสอบถามนายพยัพ เผยว่า ในระหว่างที่เข้าห้องน้ำ นั่งอยู่นั้นคล้ายๆรู้สึกว่ามันเหมือนมีอะไรมาเขี่ยก้นตัวเอง จึงรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วพอลุกสักพักนึง มองดูก็ไม่เห็นมีอะไร จากนั้นก็ลองกดโถชักโครกแต่ก็เหมือนไม่มีอะไรเหมือนกดไม่ลงก็ยังแปลกใจอยู่ว่าสงสัยว่า เอ๊ะน้ำก็ไม่ตันเพราะห้องน้ำตัวเองส่วนมากจะไม่เคยตัน ส่วนแฟนก็เร่งรีบก็อยากจะเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน

จากนั้นก็แฟนก็เลยขอเข้าห้องน้ำพอไปเปิดประตูออกมาก็เรียกให้มาดูเห็นงูเห่าโผล่ออกมาจนตกใจอย่างแรง ก็เลยรีบวิ่งมาปิดฝาเพราะเป็นงูเห่าขนาดใหญ่ พอหลังจากนั้นก็รีบโทรเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเหยี่ยวเวหาปทุม

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครได้จับงูเป็นที่เรียบร้อยใส่ไว้ในกระสอบ เพื่อจะเอาไปที่ศูนย์พักพิง ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นแหล่งพักงูชนิดต่างๆ เพื่อเตรียมนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมาต่อไป…

สุดกร่าง โชว์เฟอร์รถพ่วง หัวร้อนขับไล่ – ชักปืนขู่หนุ่มขายล้อแม็กออนไลน์

สุดกร่าง โชว์เฟอร์รถพ่วง หัวร้อนชักปืนขู่เก๋ง

สุดกร่าง โชว์เฟอร์รถพ่วง ซึ่ง เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 12 ส.ค.63 จากที่มีประชาชนได้ส่งภาพและคลิปวีดีโอมาที่เพจปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง ซึ่งเป็นภาพคนขับรถสิบล้อพ่วงได้ชักอาวุธปืนขู่รถเก๋งซึ่งกล้องหน้ารถเก๋งบันทึกภาพเอาไว้ได้เหตุเกิดบริเวณถนนรังสิต-นครนายก คลอง10 ขาเข้ารังสิต ต.บึงน้ำสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามนายวิวัฒน์ อยู่สุขสวัสดิ์หรือ อ้น วัย 37 ปี พ่อค้าขายล้อแม็กซ์ออนไลน์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวานวันที่ 11 ส.ค.63 ในเวลาประมาณ 08.10 น. ตนได้ขับรถออกมาจากหมู่บ้านกรีนการ์เด้นคลอง11 ธัญบุรี เพื่อที่จะนำล้อแม็กซ์ไปเปลี่ยนให้กับลูกค้าโดยลงจากสะพานข้ามคลองมา และ ขับมาตามถนนเลนกลาง

จากนั้นก็ได้มีรถสอบล้อพ่วงบรรทุกดินขับตามหลังมาจากนั้นพยายามจะเหวี่ยงลูกพ่วงให้ดินร่วงมาใส่รถของตนเองซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นเพราะตนได้ขับมาของตนอยู่ดีๆ จากนั้นรถสิบล้อก็ได้ขับมาปาดหน้ารถของตน ตนเองก็พยายามขับรถหนีเพราะไม่อยากจะมีเรื่อง โดยภาพกล้องหน้ารถของตนจับภาพเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ซึ่งตนก็ได้จอดรถข้างทางและรถสิบล้อก็ได้จอดข้างทางด้วย

และเดินเข้าไปหาคนขับรถสิบล้อ คนขับรถสิบล้อจึงได้ถามตนว่ามีปัญหาอะไร และได้ชักอาวุธปืนออกมาเป็นสีดำพอตนเห็นว่าเป็นปืนจึงบอกว่าขอโทษเพราะตนเองไม่อยากจะมีเรื่อง จากนั้นตนก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.ธัญบุรี พร้อมกับกล้องหน้ารถแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าจะไปดูกล้องของเทศบาลให้อีกครั้งแต่ก็ยังไม่มีการลงบันทึกประจำวัน หรือรับแจ้งความแต่อย่างใดและก็บอกอีกว่าจะโทรศัพท์หาอีกครั้งหนึ่ง…

เล่าทั้งน้ำตา ชาวบ้านชุมชนตากสิน 23 เพลิงไหม้ ทำบ้านเรือนเสียหาย 87 หลัง

ชุมชนตากสิน 23 ชาวบ้านเล่าทั้งน้ำตา บ้านเรือนเสียหาย 87 หลัง

ชุมชนตากสิน 23 เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อ 12 ส.ค. ภายในชุมชนตากสิน 23 ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 87 หลังคาเรือน ชาวบ้านต่างก็พากันขนข้าวหนีออกมา ซึ่งบางคนไม่สามารถคว้าอะไรติดมือออกมาได้เลย และต้องออกไปอาศัยวัดสันติธรรมาราม เป็นที่พักพิงชั่วคราว และทางสำนักงานเขตธนบุรี ก็ได้ตั้งเต้นท์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ทางเจ้าหน้าที่นำสายกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ เกรงจะเกิดอันตราย เพราะตัวอาคารเริ่มทรุดตัวแล้ว ทีมข่าวได้พบกับผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งซักผ้าอยู่หลังบ้าน ได้ยินเสียงดังจากบนบ้าน เมื่อวิ่งไปดู พบไฟลุกไหม้ที่ฝาบ้านไม้อย่างรวดเร็ว จึงได้ตะโกนบอกคนอื่นมาช่วย

เช่นเดียวกับ 2 ย่า-หลานชายวัย 10 ขวบ ที่เมื่อคืนนี้ ขณะเกิดเหตุได้พลัดหลงกัน โซเชียลจะช่วยกันแชร์และออกตามหาจนพบตัวในที่สุด และวันนี้ย่าหลาน ก็ได้มาดูบ้านที่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เผยว่าไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถนำอะไรออกมาได้ แม้แต่ชุดนักเรียนของหลานชาย

ชุมชนนี้เคยเกิดเพลิงไหม้ เมื่อปี 2561 บ้านเรือนเสียหายกว่า 115 หลัง และมาในปีนี้ก็มาเกิดเหตุซ้ำอีก ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็สามารถนำสิ่งของไปบริจาคได้ที่วัดสันติธรรมาราม…

ชายแปลกหน้าป่วน พบสติไม่ดีส่งรักษาจิตเวช

ชายแปลกหน้าป่วน เจ้าของบ้านสุดงง มาทำอาหารอยู่ในบ้าน

ชายแปลกหน้าป่วน ที่ขอนแก่น ความคืบหน้ากรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเตือนภัยซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านตัวเอง บันทึกภาพขณะที่ชายแปลกหน้า สวมเสื้อคลุมสีขาวไม่สวมเสื้อด้านใน กางเกงขาสามส่วน ยืนทำอาหารอยู่ที่หน้าเตาในห้องครัว

ในขณะที่กล้องอีกตัวหนึ่งบันทึกภาพชายคนเดิมเดินเล่นภายในบ้านแบบสบายใจ ระบุข้อความว่า “แจ้งเตือนภัย คนสติไม่ดี เข้ามาทำกับข้าวในบ้านถึง 2 ครั้ง ในรอบที่ 2 ไม่ใส่เสื้อผ้า ในเบื้องต้นไม่มีทรัพย์อะไรสูญหาย”

เหตุเกิด บ้านนายประดิษฐ์ ชลไพล บ.นาจาน ม.11 ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี ผู้ใหญ่บ้านสุธน สุนทอง ได้ฝากเเจ้งเตือนมาครับ หลังผู้โพสต์โพสต์ในโลกโซเชียลทำให้มีการแชร์คลิปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็น บ้างก็ว่า “น่ากลัว” ต้องรีบให้ตำรวจจับตัวไปดำเนินคดี

โดยล่าสุด วันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุที่บ้านนาจาน ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้พบกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งน.ส.สุภัทรา ชลภัย วัย 33 ปี ผู้เสียหายพาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่คนร้ายรายนี้เข้ามาภายในบ้านพร้อมกับเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ของตน เวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่คนในบ้านซึ่งมีตนเอง สามี นอนอยู่บ้านหลังหนึ่ง พ่อและพี่สาวอยู่ในบ้านติดกันอีกหลังหนึ่ง ซึ่งทุกคนกำลังนอนหลับสนิท จนกระทั่งได้ยินเสียงคนทำอาหารอยู่ภายในห้องครัวที่ตั้งอยู่ระหว่างบ้าน 2 หลัง จึงเปิดดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือเห็นชายแปลกหน้า จึงพูดคุยผ่านโทรศัพท์ไปยังกล้องให้ชายคนดังกล่าวออกไป ได้รับคำตอบว่า “ขอกินข้าวก่อนเพราะหิวมาก” จึงได้โทรแจ้งตำรวจ ผ่านไป 30 นาที ตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวตกใจจึงรีบปีนรั้วหนีหายไป

จากการสอบถามทราบเพื่อนบ้านพบว่าในคืนเดียวกับชายแปลกหน้าคนนี้ก็ได้ลักลอบเข้าไปในบ้านพักชาวบ้านอีก 3 แห่ง ทั้งไปทำกับข้าวและไปรื้อค้นทรัพย์สิน ในบางครั้งไม่สวมเสื้อผ้า คนในบ้านถึงกับผวา จึงได้โพสเฟซบุ๊กเตือนภัย เพราะสืบทราบมาว่าชายคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยทางจิตรับยาจาก รพ.จิตเวช เบื้องต้นตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว

ซึ่งล่าสุด ทางตำรวจสามารถจับกุมตัวชายดังกล่าวได้แล้ว คือ นายอัด และขณะนี้ถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว…