About CarlieCastillo

Here are my most recent posts

แบ็กซ้าย

โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย ลิเวอร์พูล ถอนตัวจากทีมชาติ ฝืนเล่นทั้งที่บาดเจ็บ

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย คนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ระบุ ตนเล่นทั้งที่โดนอาการเดี้ยงตรงข้อเท้าตามเล่นงานตลอดช่วง 2 สัปดาห์ครึ่งที่ผ่านมา พร้อมยัน ที่จริงตนต้องการช่วยทีมชาติสกอต์แลนด์อยู่ตลอด
แต่หนนี้ทำอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าที่จริงตนฝืนเล่นทั้งที่มีอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าตามรบกวนมาราว 2 สัปดาห์ครึ่ง

โรเบิร์ตสัน ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วงหลายเกมที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้เขาลงเล่นให้ต้นสังกัดทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรองเกือบครบทุกนัด มีเพียง 2 เกมใน คาราบาว คัพ ที่เจ้าตัว
ไม่ถูกใช้งาน และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่น เพราะทำไปแล้ว 4 แอสซิสต์ กับ 2 ประตู จากการลงเล่น 18 นัดในทุกรายการ

แบ็กซ้าย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย คนสำคัญ ขอถอนตัวจากทีมชาติสกอตแลนด์ ชุดเจอกับ ไซรัส และ คาซัคสถาน ในเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ไอ ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน กับวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ตามลำดับ โดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาตรงข้อเท้า ซึ่งที่จริงมันก็ไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะ สกอตแลนด์ ไม่มีทางทำคะแนนเป็น 2 อันดับแรกของกลุ่ม เพื่อได้สิทธิ์เข้าสู่รอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติ
อยู่แล้ว แถมพวกเขาก็การันตีการได้สิทธิ์เล่นรอบเพลย์ออฟไปแล้วด้วย จากการที่เคยทำผลงานได้ดีในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

โรเบิร์ตสัน ซึ่งเป็นกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ เผยว่า “ผมผิดหวังมากๆ ที่ต้องถอนตัว ผมไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นเกมใหญ่หรือเกมเล็ก ผมอยากลงเล่นอยู่เสมอ และสถิติเกี่ยวกับการลงเล่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของผมก็เป็นหลักฐานที่แสดงถึงเรื่องนั้นได้ดีกว่าอะไรทั้งหมด”

“อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ซ้อมแบบเต็มที่กับ ลิเวอร์พูล มาได้ 2 สัปดาห์ครึ่งแล้ว ผมทำได้เพียงลงซ้อมในช่วง 1 วันก่อนถึงวันแข่งขัน, ได้ลงเล่นกับ เกงค์ ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก แค่ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย และพลาดเกมกับ อาร์เซน่อล ในศึก ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) ด้วย”

“อาการบาดเจ็บมันตามรบกวนผมมาโดยตลอด และมันจะไม่มีทางหายขาดนอกจากว่าผมจะให้เวลาให้ตัวเองได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ เดิมทีข้อเท้าของผมก็มีอาการบาดเจ็บอยู่แล้ว และการโดน โรดรี้ เข้าสกัดใส่
ในช่วงท้ายเกมของเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทำให้แผลมันเปิดขึ้นมาอีกครั้ง เดิมทีผมก็ไม่ชัวร์ว่าจะลงเล่นให้ สกอต์แลนด์ ไหวรึเปล่าตั้งแต่แรกแล้ว แต่โชคไม่ดีที่การโดนเข้าสกัดในจังหวะนั้นมันทำให้อาการของผมรุนแรงขึ้น”

“ผมไม่อยากได้รับบาดเจ็บมากไปกว่านี้จนกลายเป็นการทำลายฤดูกาลของผมหรอก ผมตัดสินใจที่จะถอนตัว และผมก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ ในฐานะกัปตันทีมแล้วมันน่าเจ็บปวดมากๆ ที่ต้องถอนตัว ผมรู้
ดีว่าหลายคนบอกว่า 2 เกมนี้มันไม่มีความหมายแล้ว แต่ผมไม่คิดแบบนั้น”…

ตำนานนักเตะหงษ์แดง

ตำนานนักเตะหงษ์แดง วิเคราะห์บิ๊กแมตช์ เลสเตอร์-อาร์เซนอล มั่นใจเจ้าถิ่นเฮ

ตำนานนักเตะหงษ์แดง วิเคราะห์บิ๊กแมตช์

ตำนานนักเตะหงษ์แดง

 

ไมเคิล โอเวน ตำนานนักเตะของลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาวิเคราะห์เกมระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านดวล อาร์เซนอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 9 พ.ย. ว่า ไมเคิล โอเวน อดีตนักเตะชื่อดังของประเทศอังกฤษ ได้ออกมาวิเคราะห์วิจารณ์เกมที่น่าสนใจระหว่าง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่จะเปิดคิงเพาเวอร์ สเตเดียม ปะทะกับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. (วันนี้) เริ่มคิกออฟเวลา 00.30 น. ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี 1 ยิงสด

ตำนานนักเตะหงษ์แดง

 

ตำนานนักเตะหงษ์แดง

ทั้งนี้ “โอเวน” ได้มองว่า เจมส์ แมดดินสัน และ เจมี วาร์ดี สองนักเตะตัวเก่งของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงเข้าฝัก พร้อมจะทะลวงแนวรับคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นปัญหาใหญ่ให้กับ “อาร์เซนอล” ที่ต้องคอยรับมือแข้งสองรายนี้

“เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งเอาชนะ คริสตัล พาเลซ มาในสัปดาห์ก่อน แน่นอนว่าประตูที่ยิงได้คงไม่เท่ากับสถิติที่เซนต์ แมร์รี (เลสเตอร์ บุกไปชนะ เซาธ์แธมป์ตัน 9-0 เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 62) อย่างไรก็ตาม ผมมองว่ามันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทีมภายใต้การคุมทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งเกมนั้น (เจอคริสตัล พาเลซ) เจมส์ แมดดินสัน สร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมไป 8 ครั้ง ขณะที่ เจมี วาร์ดี ก็กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงแตะเลขสองหลักในศึกพรีเมียร์ลีก (10 ประตู) อาร์เซนอล มีโอกาสแน่ที่คิงเพาเวอร์ แต่ผมคิดว่าเจ้าบ้านจะคว้าสามคะแนน” ตำนานนักเตะดีกรีรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2001 กล่าว.

อาร์เซน่อล

คล็อปป์ เผย รายชื่อแข้งเตรียมบู้ อาร์เซน่อล ศึก คาราบาว คัพ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล บอกเป็นนัยว่าเกม คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ต้องเจอ
กับ วิลล่า ตนจะใช้ทีมชุดที่คล้ายกับนัดเจอ อาร์เซน่อล ในรอบ 4 พร้อมเผย ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า
จะให้ใครทำหน้าที่ในเกมกับ วิลล่า ในช่วงที่ตนต้องนำทีมไปทำศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ประเทศ
กาตาร์เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
บอกเป็นนัยว่าตนจะจัดทีมลงเล่นเกม คาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศกับ แอสตัน วิลล่า ใน
วันที่ 17 ธันวาคมนี้ ด้วยการใช้นักเตะชุดที่คล้ายกับนัดชนะ ในช่วงดวลจุดโทษของรอบ 4

การที่ ลิเวอร์พูล ผ่าน อาร์เซน่อล มาได้ ทำให้เกิดประเด็นร้อนขึ้น เพราะโปรแกรมรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ คาราบาว คัพ มันทับกันช่วงที่ ลิเวอร์พูล ต้องไปเล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งตอนแรก คล็อปป์ ก็ถึงขั้นขู่ว่าจะถอนตัวจากรายการนี้ถ้าหากฝ่ายจัดการแข่งขันไม่เปลี่ยนไปหาวันที่เหมาะสมให้ทีมของตน ก่อนที่สุดท้ายจะมีการสรุปว่าเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ วิลล่า จะเตะกันตามเดิม โดยที่ “หงส์แดง” จะใช้นักเตะคนละชุดกับชุดที่ไปเล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลก

อาร์เซน่อล

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า “ผมไม่มั่นใจหรอกนะว่าเรา
จะใช้คำว่าให้ความสำคัญกับมัน (ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก) มากกว่าอีกรายการได้รึเปล่า มันเป็นแค่เรื่องที่ว่ารายการไหนมาก่อน (หมายถึงว่าศึกชิงแชมป์สโมสรโลกมีการกำหนดโปรแกรมมาก่อน
คาราบาว คัพ เพราะตอนที่รู้ว่าต้องเล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ลิเวอร์พูล ยังไม่ชัวร์ว่าจะได้เล่นรอบ
8 ทีมสุดท้ายของ คาราบาว คัพ) เราพูดถึงรายการชิงแชมป์สโมสรโลกมานานกว่า เราต้องวางแผนถึงมัน และนักเตะในทีมของผมก็อยากเล่นรายการนั้น”

“ผมหวังว่ามันจะไม่ใช่ครั้งเดียวที่เราจะได้เล่นในรายการนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าโอกาสนี้จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เราเลยตัดสินใจที่จะทำอย่างนั้น (เอาทีมชุดใหญ่ไปเล่นศึกชิงแชมป์สโมลรโลก) แล้งในเวลาต่อมาเราก็ต้องมาเล่น คาราบาว คัพ เราจะมีโปรแกรมให้เล่น 2 เกม (ในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ได้แก่รอบรองชนะเลิศ ตามด้วยรอบชิงชนะเลิศหรือไม่ก็นัดชิงที่ 3) ที่อังกฤษน่ะรายการนั้น (ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก) ถูกมองว่าไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ชาติอื่นๆ ทั่วโลกต่างก็มองว่ามันเป็นรายการใหญ่”

“ตอนแรกเราไม่รู้ว่าเราจะผ่านเข้ารอบในศึก คาราบาว คัพ ได้รึเปล่า เพราะในรอบนั้นเราเจอกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ ในวันนั้นเราจัดทีมโดยที่เปลี่ยนทีมหลายตำแหน่ง และผมคิดว่ามันก็จะถือเป็นโอกาสดีสำหรับพวกเขาที่จะได้เล่นในรอบต่อไปด้วย”

อาร์เซน่อล

กุนซือชาวเยอรมันเสริมว่ายังไม่ได้คิดว่าจะให้ใครคุมทีมลงเล่นเกม คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า นีล คริตช์ลี่ย์ กุนซือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีของ ลิเวอร์พูล จะทำหน้าที่แทน คล็อปป์ ในวันนั้น “ผมยังไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับมัน เรายังมีเวลาจนถึงช่วงกลางเดือนธันวาคมกว่าที่มันจะเตะกัน เราจะหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่ายเอง แต่ผมจะไม่ได้ลงเล่นหรอกนะ! แต่ยังไงซะมันก็คงไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรให้แฟนบอลที่มาดูเกมอยู่แล้ว”

รายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล วันที่เจอกับ อาร์เซน่อล ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4

ตัวจริง : ควิวีน เคลเลเฮอร์, เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อดัม ลัลลาน่า, นาบี เกอิต้า, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, ริอาน บรูว์สเตอร์, ดิว็อค โอริกี้

ตัวสำรอง : เคอร์ติส โจนส์, เปโดร ชิริเบย่า, อาเดรียน, เฮอร์บี้ เคน, ยาสเซอร์ ลารูซี่, บิลลี่ คูเมติโอ, เลห์ตัน คล้าร์กสัน…

คริสเตียโน่

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฉุนตอนโดนเปลี่ยนตัว สาเหตุเพราะอะไร

หลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งคนดังของ ยูเวนตุส ออกอาการไม่พอใจในตอนที่โดนเปลี่ยนตัวระหว่างเกมกับ โลโคโมทีฟ มอสโก ล่าสุด เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือของทีมก็บอกว่ามันไม่ใช่เพราะ โรนัลโด้ โมโหตน แต่เป็นเพราะหงุดหงิดกับอาการเดี้ยงของตัวเอง พร้อมรับ ทีมของตนโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังแค่หงุดหงิดกับอาการบาดเจ็บของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่เพราะไม่พอใจตนแต่อย่างใด หลังจากที่ โรนัลโด้ ออกอาการโมโหในตอนที่โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ระหว่างเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ “เบียงโคเนรี่” บุกไปเฉือนชนะ โลโคโมทีฟ มอสโก 2-1 เมื่อวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โรนัลโด้ ฉุนตอนโดนเปลี่ยนตัว

คริสเตียโน่

ในนาทีที่ 82 ของนัดดังกล่าว ซาร์รี่ ตัดสินใจเปลี่ยน เปาโล ดีบาล่า ลงไปแทน โรนัลโด้ ซึ่งมันทำให้บางคนแปลกใจ เพราะตอนนั้นสกอร์เสมอกันอยู่ที่ 1-1 โดยดาวเตะชาวโปรตุกีสก็ออกอาการหงุดหงิดด้วย ก่อนที่สุดท้าย ดั๊กลาส คอสต้า จะมาทำประตูชัยให้กับทีมเยือนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้

“สาเหตุที่ โรนัลโด้ โมโหมันเป็นเพราะเขามีอาการไม่ดีเท่าไหร่ เขามีปัญหาตรงหัวเข่าตั้งแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว และกล้ามเนื้อของเขามันก็เกิดอาการล้าได้ง่ายๆ เขารู้สึกกระวนกระวายในช่วงท้ายครึ่งแรก ผมกลัวว่าเขาจะทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ และผมก็เลยเลือกถอดเขาออก” ซาร์รี่ ระบุ

กุนซือชาวอิตาเลียนยอมรับด้วยว่าวันนี้ลูกทีมของตนเล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่ จนทำให้ต้องลุ้นเหนื่อยกว่าที่จะได้ 3 แต้มกลับบ้าน “นี่ไม่ใช่หนึ่งในฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเรา ในช่วงต้นเกมนี่เกมมันตะกุกตะกักและเกิดการทำฟาวล์หลายหนจนเกมไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่ ทั้งที่เรารู้อย่แล้วว่าพวกเขาจะมาเล่นด้วยรูปแบบนี้ ครึ่งแรกเราเปิดพื้นที่มากเกินไป และในครึ่งหลังนักเตะของเราก็ไปยืนเหนือเส้นแนวรับมากเกินไป (หมายถึงนักเตะ ยูเวนตุส ดันสูงเพื่อเล่นเกมบุกมากเกิน) เราเสี่ยงมากเกินไป แต่ทีมของเราอยากชนะให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม และสุดท้ายพวกเขาก็ทำอย่างนั้นได้“…

มิดฟิลด์

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ สถิติผลงานดีที่สุด ของแมนฯ ยูไนเต็ด

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์

แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานโดยรวมในลีกประจำซีซั่นนี้เหนือกว่าเพื่อนร่วมทีมในตำแหน่งเดียวกัน
ทั้งที่ได้ลงเล่นน้อยกว่าคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการแอสซินต์ และการสร้างโอกาสทำประตู

มิดฟิลด์
    ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีผลงานโดยรวมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล
2019-20 ดีกว่ามิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมหลายคนที่ได้ลงเล่นแบบต่อเนื่อง แม้ว่าเขาจะได้ลงเล่นเพียงไม่กี่นัดก็ตาม
    ป็อกบา โดนอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนทำให้ในฤดูกาลนี้เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 5 เกม
จากทั้งหมด 11 นัด ซึ่งไม่นานมานี้เจ้าตัวก็เปิดเผยว่าอาจจะต้องใช้เวลาพักรักษาตัวอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กว่าที่จะ
กลับมาซ้อมได้

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ สถิติผลงานดีที่สุด ของแมนฯ ยูไนเต็ด

มิดฟิลด์
    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้ลงเล่นในลีกไป 5 เกม แต่ว่า ป็อกบา ก็ยังทำได้ 2 แอสซิสต์ และสร้างโอกาสทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมได้อีก 13 ครั้ง ขณะที่กองกลางคนอื่นๆ ทำได้แย่กว่าเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อันเดรียส เปเรยร่า ที่ได้ลงเล่นในลีกไป 10 นัด แต่ทำได้ 1 แอสซิสต์ กับสร้างโอกาสทำประตู 12 ครั้ง และ เฟร็ด ที่สร้างโอกาสทำประตูได้ 6 หน แต่ยังไม่มีแอสซิสต์เลย จากการลงเล่น 7 นัด
    ทั้งนี้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ทำไปเพียง 1 แอสซิสต์ กับสร้างโอกาสทำประตูได้ 7 ครั้ง ตลอดการลงเล่นในลีก 11 เกม แต่รายของ แม็คโทมิเนย์ อาจจะพอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงทำผลงานในเกมรุกได้แย่กว่า ป็อกบา เพราะเขามักจะถูกสั่งให้รับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวรับมากกว่า ต่างกับ เปเรยร่า และ เฟร็ด ที่มักจะได้รับหน้าที่แบบ ป็อกบา อยู่บ่อยๆ

ฝากหลายทีมฟังไว้ ประธานบริหารลิเวอร์พูล แนะวิธีทำงานใน ตำแหน่งซีอีโอ

ปีเตอร์ มัวร์ ซีอีโอ ลิเวอร์พูล ระบุ วิธีที่ดีที่สุด สำหรับการบริหารทีมของคนใน ตำแหน่งซีอีโอ แบบตนคือ ไม่ต้องลงไปยุ่งกับเรื่องการซื้อ-ขายนักเตะ โดยชี้ ตำแหน่ง ซีอีโอ ควรจะสนใจ เรื่องการหาสปอนเซอร์มากกว่า ฝากหลายทีมฟังไว้

ปีเตอร์ มัวร์ ประธานบริหาร ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าคนในตำแหน่งแบบตนไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องซื้อ-ขายนักเตะ เพื่อที่จะได้ส่งผลดีต่อทีมได้มากที่สุด

มัวร์ เข้ามารับงานซีอีโอของ ลิเวอร์พูล ในปี 2017 ซึ่งเขาเคยโดนแฟนบอล ลิเวอร์พูล ตำหนิอย่างหนักหลังจากเข้ามาทำงานในตำแหน่งดังกล่าวได้ไม่นาน จากการที่เขาไปดื่มกาแฟอย่างสบายใจในตอนที่ ลิเวอร์พูล กำลังพยายามทำการเจรจาขอซื้อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน

ทั้งนี้ ตอนนั้น “เดอะ ค็อป” บางส่วนคิดว่าเขาควรจะให้ความสำคัญกับการดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทัพ และมองว่าเขาไม่ทุ่มเทให้กับทีมมากเท่าที่ควร ต่างกับซีอีโอหลายคน อย่างเช่น เอียน แอร์ อดีตบิ๊กบอสของ ลิเวอร์พูล ที่เคยบินไปยังกรุงซานติอาโก้ ประเทศชิลี ด้วยตัวเอง เพื่อทำการเจรจาในการดึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กองหน้าชาวบราซิเลียนมาร่วมทัพ ในตอนที่ ฟีร์มีโน่ ไปเล่นศึก โคปา อเมริกา กับทีมชาติบราซิล ที่ประเทศชิลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2015

มัวร์ ให้สัมภาษณ์กับ นิวยอร์ค ไทม์ส สื่อชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกาว่า “ในวงการฟุตบอลสมัยนี้น่ะมันยังมีซีอีโอบางคนที่ทั้งบริหารสโมสรไปด้วย และยังทำธุรกิจด้านซื้อขายรวมถึงเจรจากับเอเยนต์ควบไปด้วย ซึ่งที่จริงผมคิดว่าสโมสรฟุตบอลในยุคปัจจุบันไม่ควรจะทำแบบนั้น”

“การเข้ามามีส่วนร่วมนิดหน่อยกับการก้าวก่ายน่ะมันแตกต่างกันนะ ในมุมมองของผมน่ะวันหนึ่งมันมีเวลา 24 ชั่วโมง และถ้าคุณต้องบินไปที่กรุงซานติอาโก้เป็นเวลา 3 วัน เหมือนที่ เอียน ทำแล้วน่ะ คำถามคือแล้วใครจะคอยดูแลเรื่องต่างๆ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ?”

“คือที่เขาทำอย่างนั้นน่ะมันไม่ผิดหรอก เพราะสมัยก่อนเราบริหารงานต่างกับในตอนนี้ แต่ในกรณีของผมนั้นผมเลือกที่จะอยู่ห่างจากเรื่องแบบนี้ ผมไม่รู้หรอกว่าเรากำลังสนใจนักเตะคนไหนอยู่ และไม่จำเป็นต้องรู้ถึงเรื่องพวกนั้นด้วย สิ่งที่ผมต้องรู้ก็คือเราจะได้เซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์กับบริษัทที่หมายตาเอาไว้รึเปล่าต่างหาก”…

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ ต้องพักรักษาตัว อย่างน้อย 2 สัปดาห์

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด บอกเอง กว่าที่จะกลับมาซ้อมได้ตนก็ต้องใช้เวลาอีกอย่างต่ำ 2 สัปดาห์ พร้อมเผย ทำใจยอมรับได้ยากที่ทำได้เพียงนั่งดูเพื่อนๆ ทำการซ้อมหรือลงเล่น
ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กว่าที่จะกลับมาซ้อมกับทีมได้

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ ต้องพักรักษาตัว อย่างน้อย 2 สัปดาห์

สัปดาห์

ป็อกบา ต้องพักรักษาตัวไปช่วงหนึ่งจากการที่โดนอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าเล่นงาน และแม้ว่าเขาจะคืนสนามได้ในเกม คาราบาว คัพ รอบสามกับ รอชเดล เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา รวมถึงในเกมลีกกับ อาร์เซน่อล เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา แต่เขาก็เจ็บตรงจุดเดิมอีกครั้งจนไม่ได้ช่วยทีมอีกเลยนับตั้งแต่เกมกับ “ไอ้ปืนใหญ่” ซึ่งก่อนหน้านี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เคยบอกว่าแข้งวัย 26 ปี ต้องพักถึงเดือนธันวาคมนี้เลย

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับ อาร์เอ็มซี สปอร์ต สื่อกีฬาในบ้านเกิดว่า “ผมยังต้องใส่เฝือกไปอีก 10 วัน แล้วหลังจากนั้นก็จะยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายอีก 2 สัปดาห์ การต้องทนเห็นเพื่อนร่วมทีมของผมไปทำการซ้อมหรือลงเล่นมันไม่ใช่เรื่องที่ทำใจได้ง่ายๆ เลย แต่ผมต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างเต็มที่เพื่อที่จะได้สามารถกลับมาลงเล่นได้”

รามอส

รามอส ออกอาการเสียดายสุดๆ ราชันชุดขาวพลาดเจ๊า ทำอดขึ้นจ่าฝูง

เซร์คิโอ รามอส กองหลังของเรอัล มาดริด ออกอาการเสียดายสุดๆ หลังต้นสังกัดทำได้แค่เสมอกับ เรอัล เบติส เกมลาลีกา เมื่อคืนที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 3 พ.ย. ว่า เซร์คิโอ รามอส เซ็นเตอร์ฮาลฟ์กัปตันทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กำลังเซ็งกับผลงานของทีมในเกมเปิดสนาม ซานเตียโก เบร์นาเบว เสมอกับรองบ่อนอย่าง เรอัล เบติส 0-0 ของศึกลาลีกา สเปน เมื่อคืนนี้

รามอส ออกอาการเสียดายสุดๆ

รามอส

โดยก่อนเกมนี้ทัพเรอัล มาดริด ตามหลังบาร์ซา เพียง 1 แต้มเท่านั้น แถมกุมความได้เปรียบอีกหนึ่งอย่างคือ หากทัพราชันชนะจะแซงขึ้นไปเป็นผู้นำของตารางทันที เพราะทัพเจ้าบุญทุ่มดันพลาดท่าบุกไปพ่าย เลบันเต 1-3 ในคู่ 22.00 น. แต่อย่างไรก็ตาม มาดริด ที่ลงเล่นในคู่ 03.00 น. กลับทำไม่สำเร็จ เก็บได้เพียง 1 แต้ม ส่งผลให้มีแต้มเท่ากันที่ 22 คะแนน แต่ประตูได้เสียบาร์ซาโลนายังดีกว่าที่บวก 15 ส่วน เรอัล มาดริด บวก 12

“เรารู้สึกไม่ดีเลย เพราะจริงๆ แล้ววันนี้เราควรขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตาราง แต่เราไม่สามารถคว้าความได้เปรียบตรงนี้เอาไว้ได้ ซึ่งมันมาจากการที่เราเจาะประตูพวกเขาไม่ได้ และนี้คือบทสรุปของเกมนี้” กองหลังทีมชาติสเปน กล่าว.

ส่อง

ขอพร “พระเงินพระทอง” ส่อง “เลขเด็ด” ก่อนหวยออก สายคำนวณแน่นวัดสว่างฯ

ร่วมขอพร “พระเงินพระทอง” กับพระอาจารย์แป๊ะ ส่อง “เลขเด็ด”

ส่อง
นักคณิตศาสตร์ แน่นวัดสว่างอารมณ์ ร่วมขอพร “พระเงินพระทอง” กับพระอาจารย์แป๊ะ ส่อง “เลขเด็ด” ก่อนหวยออก

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 62 วัดสว่างอารมณ์ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เต็มไปด้วยบรรดาคนรักเลข ซึ่งก่อนวันสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออก จะมีพิธีขอพร พระเงิน พระทองที่อาจารย์แป๊ะ ประกอบพิธีเปิดขุมทรัพย์
รับโชค ซึ่งทางวัดประกาศมีพิธีบวงสรวงทุกวันที่ 15 และวันที่ 30 หรือ 31 ในแต่ละเดือน ในเวลา 19.00 น.เป็นต้นไป

ส่อง

นอกจาก บรรดานักเสี่ยงโชคที่มากันอย่างเนืองแน่นแล้ว บรรดาแผงลอตเตอรี่ก็เดินทางมาขายกันมากมายให้เลือกซื้อกว่า 120 แผง ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษถึงแม้จะเป็นช่วงกลางคืน การประกอบพิธี
อาจารย์แป๊ะจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

โดยจะนำธนบัตรฉบับละ 20 บาทนำมาใส่ไว้ที่หน้าตักองค์พระ เพื่อให้สาธุชนที่เข้าร่วมพิธีแลกเปลี่ยนธนบัตรนำไปดูเป็นเลขมงคล ตามดวงของแต่ละคน เพื่อนำไปซื้อเลขเด็ด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ถูกรางวัลมาแล้วมากมาย

นางยอดมณี ปิติราช อายุ 45 ปี เดินทางมาจาก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็น 1 ในผู้เข้าพิธี เผยว่า มาเข้าพิธีนี้แล้วถึง 6 ครั้ง นำธนบัตรแลกที่หน้าตักพระเงิน พระทอง นำเลขท้ายไปซื้อลอตเตอรี่ถึงรางวัลมาแล้ว 4 ครั้ง เที่ยวนี้ก็หวังไว้หากถูกจะมาแก้บนนำของมาถวาย ส่วนตัวเชื่อว่า พระเงิน พระทอง ให้โชคลาภตามคำขอ สำหรับเลขครั้งนี้แลกธนบัตร 20 มาได้เลข 897925 ก็จะนำไปเสี่ยงโชคต่อไป…

ดีเอ็นเอคล็อปป์

5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ อาร์เซน่อล

ดวลจุดโทษชนะ
ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นจิตวิญญาณของคำว่าไม่ยอมแพ้อีกแมตช์ หลังจากที่พวกเขารวมพลังประจัญบานไล่ตีเสมอ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล 5-5 ก่อนจะดวลจุดโทษชนะ 5-4 ในเกมคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา

แมตช์นี้ดูเหมือน “เดอะ เร้ดส์” ต้องทำใจแล้วเพราะสกอร์ตามหลังทีมเยือน 4-5 ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก็จะจบเกม แต่ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ยอมแพ้สามารถตีเสมอได้จากจังหวะการยิงสุดสวยของ ดิว็อค โอริกี้ ทำให้ทีมได้ลุ้นเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษ

แน่นอนว่าการต้องดวลจุดโทษต้องอาศัยทั้งความนิ่ง, แม่นยำ และโชคด้วย แต่ที่น่าสนใจก็คือ ไรอัน บรูว์สเตอร์ และ เคอร์ติส โจนส์ สองดาวรุ่งที่แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่สุดนิ่งในการขันอาสายิงประตูในช่วงเวลาบีบหัวใจแบบนี้ ฉะนั้นต้องยกเครดิตให้กับ คล็อปป์ ที่กระตุ้นแข้งวัยกระเต๊าะให้กล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแบบนี้

1. แนวรับดาวรุ่งพึ่งไม่ได้

ดวลจุดโทษชนะ

การได้เห็นรายชื่อ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก จับคู่กับ โจ โกเมซ ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็ก ต้องบอกเลยว่าทั้งสองคนทำผลงานได้น่าผิดหวังจริงๆ โดยเฉพาะในรายของแข้งดัตช์ที่ดูเหมือนจะขาดทั้งความมั่นใจ และประสบการณ์ในการทำหน้าที่สำคัญนี้

ฟาน เดน เบิร์ก ค่อนข้างจะได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ พอสมควร แต่ดูเหมือนว่าในเกมนี้เขาเล่นได้น่าผิดหวังทั้งการผ่านบอล และการตัดสินใจในหลายๆ ครั้ง โดย 5 ประตูที่เสียไปแน่นอนว่ามีหลายลูกที่เจ้าตัวมีส่วนทำให้เกิดสกอร์แบบนี้

ดวลจุดโทษชนะ
ขณะเดียวกันคู่หูชั่วคราวอย่าง โกเมซ ก็ทำผลงานไม่ได้ดีเด่เช่นกัน โดยดูเหมือนว่าเขาจะขาดสมาธิในการคุมเกมรับ กระนั้นอีกรายที่อาจต้องตำหนิก็คือ เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งเป็นผู้เล่นเก๋าสุดของทีมในแมตช์นี้ แต่ดันส่งบอลคืนหลังสั้นไปจนเป็นเหตุให้โดน “เดอะ กันเนอร์ส” กดสกอร์นำห่าง 2-4

ต้องยอมรับว่าในแมตช์นี้เกมรับของลิเวอร์พูล เล่นได้น่าผิดหวังมากๆ แต่ยังดีที่แมตช์นี้เป็นเพียงถ้วยใบเล็กในอังกฤษ ฉะนั้น คล็อปป์ น่าจะให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระนั้นคงต้องมีการอบรมกันยกใหญ่เพราะหากเล่นได้แค่นี้ทั้ง ฟาน เดน เบิร์ก กับ โกเมซ คงต้องนั่งดูเพื่อนในซุ้มม้านั่งสำรองไปอีกนาน

2. แชมเบอร์เลน โชว์ฟอร์มเจิดจรัส

ดวลจุดโทษชนะ

ต้องยอมรับหลายคนคงไม่อยากเชื่อว่า อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะกลับมาสู่ฟอร์มสุดยอดได้อีกครั้ง หลังจากที่เขาต้องพบกับอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง จนพักยาวไปนานร่วมปี ฉะนั้นการจะเห็น “หนุ่มอ็อกซ์” ระเบิดฟอร์มคงต้องทำใจ

18 เดือนหลังจากสลัดอาการบาดเจ็บได้แล้ว คงทำให้หลายคนลืมไปแล้วว่าฟอร์มการเล่นของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน โดยสิ่งเหล่านี้ค่อยๆ แสดงออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเกมที่ลงเป็นตัวสำรองแมตช์ “แดงเดือด” บุกเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดวลจุดโทษชนะ

แม้ในเกมกับ สเปอร์ส นั้น คล็อปป์ เลือกพักนักเตะเอาไว้ แต่แมตช์คาราบาว คัพ ถือเป็นโอกาสทองที่เจ้าตัวจะได้โชว์ของ และงานนี้ก็ไม่ผิดหวัง เพราะ มิดฟิลด์เลือดผู้ดี แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมกับการเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุก แถมยังตะบันไกลสุดงามระยะ 25 หลา เป็นของกำนัลให้กับ กุนซือเลือดด๊อยท์ช เพื่อตอบแทนความไว้วางใจด้วย

ฉะนั้นตลอดระยะเวลา 81 นาทีที่ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อยู่ในสนามสามารถประคับประคองรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแมตช์นี้ทุกคนคงได้เห็นความเร็วในเล่น และร่างกายที่แข็งแกร่งของเขากันแล้วซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขากลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่

3. มาร์ติเนลลี่ อันตรายในกรอบเขตโทษ

ดวลจุดโทษชนะ

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากจากฟอร์มการเล่นที่แสดงให้เห็นในเกมคาราบาว คัพ โดยเฉพาะแมตช์ที่แอนฟิลด์ เพราะเขามีส่วนต่อการเล่นเกมบุกของ อาร์เซน่อล อย่างมาก และคาดว่าอีกไม่นาน อูไน เอเมรี่ คงจะให้โอกาสนักเตะรายนี้ลงเล่นมากขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีก

ประตูตีเสมอ 1-1 หัวหอกเลือดแซมบ้าเป็นคนส่งบอลให้ บากาโย่ ซาก้า ซัดด้วยขวาไปติดเซฟ ควิวีน เคลเลเฮอร์ ก่อนจะมาเข้าทาง ลูกัส ตอร์เรร่า วิ่งไปซ้ำเข้าไป ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะความคล่องตัวของเขาช่วยยิง 2 ประตูให้ทีมหนีห่างไป 3-1

ดวลจุดโทษชนะ

อย่างไรก็ตามีดีก็ต้องมีเสียเพราะการที่ มาร์ติเนลลี่ ยังขาดประสบการณ์ทำให้ทำพลาดในจังหวะที่เข้าไปสกัดขา ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ส่งผลให้ทีมเสียจุดโทษ และโดน เจมส์ มิลเนอร์ ซัดประตูตามหลังมา 2-3 ก่อนที่จะเสมอกันในเวลา 90 นาที 5-5 และบทสรุปสุดท้าย อาร์เซน่อล ต้องตกรอบจากการดวลจุดโทษ

กระนั้นต้องยอมรับว่าคุณภาพของ มาร์ติเนลลี่ น่าจะพัฒนาได้อีกเยอะหากได้รับโอกาสให้ฝึกปรือฝีมือมากกว่านี้ แน่นอนว่าด้วยผลงานแบบนี้ เอเมรี่ ต้องให้โอกาสนักเตะลงเล่นมากยิ่งขึ้น เพราะเขาน่าจะมีอนาคตสดใสในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

4. เกมแห่งความบันเทิง

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหาก ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ไม่ว่าจะในรายการไหนก็ตาม แฟนบอลทั้งสองสโมสรจะได้เห็นจำนวนประตูเป็นกอบเป็นกำ และในแมตช์นี้ก็เป็นไปดั่งที่คาดหวังเมื่อสองสโมสรจอมบุกตะบันสกอร์รวมกันไปถึง 10 ประตูตลอด 90 นาที

อย่างไรก็ตามบนความบันเทิงแสดงให้เห็นบางอย่างที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์นั่นก็คือการเล่นที่ผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย เพราะจำนวนประตูที่ทั้ง “หงส์แดง” และ “เดอะ กันเนอร์ส” ทำได้ในวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเล่นที่ขาดความแน่นอนของทั้งคู่

ดวลจุดโทษชนะ
กระนั้นหากมองในแง่บวกแม้จะเล่นผิดพลาดในเกมรับ แต่ในส่วนของเกมรุกทั้งสองทีมเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และพร้อมฉกฉวยโอกาสหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาด ซึ่งตลอด 90 นาทีแฟนบอลทั้งสองสโมสรได้เห็นแล้วว่าเกมรุกของพวกเขาเต็มไปด้วยศักยภาพมากแค่ไหน

แน่นอนว่าจำนวนประตูและสไตล์การเล่นของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ย่อมทำให้แฟนบอลทั่วโลกสนุกสะใจ แต่สำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” และ “ปืนโต” คงไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เพราะต้องลุ้นกันหัวใจแทบวายกันเลยทีเดียว

5. ดีเอ็นเอคล็อปป์

ดวลจุดโทษชนะ

ตอนนี้หลายคนยอมรับกันแล้วว่า คล็อปป์ ได้ใส่ดีเอ็นเอความเป็นนักสู้ไม่ยอมแพ้ให้กับนักเตะลิเวอร์พูลทุกชุด เพราะมีหลายเกมที่พวกเขาต้องตกเป็นรอง แต่สุดท้ายสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาชนะหรือเสมอได้หลายต่อหลายเกมนับตั้งแต่ที่ กุนซือเลือดด๊อยท์ช เข้ามากุมบังเหียน

จะเห็นได้ว่าในยามที่ ลิเวอร์พูล ตกเป็นรองบรรดาขุนพล “หงส์แดง” พยายามที่จะเปิดเกมรุกไล่กดดันเพื่อเอาประตูคืนจากคู่แข่งให้ได้ แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จ แต่หลังจากที่กลับเข้าไปในห้องแต่งตัว และได้รับการกระตุ้นจาก คล็อปป์ เมื่อกลับมาลงสนาม ฟอร์มการเล่นยิ่งดุดันเป็นทวีคูณ

ดวลจุดโทษชนะ

คิดดูก็แล้วกันในเกมกับ อาร์เซน่อล แมตช์นี้ คล็อปป์ จัดบรรดานักเตะดาวรุ่งลงสนามผสมกับแข้งเก๋า และพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ แม้สกอร์จะตามหลังในช่วงนาทีสุดท้ายก็ตามแต่หากท่านเปายังไม่เป่าหมดเวลา ขุนพล “หงส์แดง” ยังคงเดินหน้าเพื่อเอาประตูให้ได้

สำหรับในเวลานี้ หลายๆ ทีมคงเริ่มหวาดหวั่นในการเจอกับลิเวอร์พูล เพราะหากยิงขาดก็ยากจะชนะ “เดอะ เร้ดส์” ดั่งคำโบราณที่ว่า “ตีงูต้องตีให้ตาย ไม่งั้นมันจะกลับมาทำร้ายเรา” ซึ่ง อาร์เซน่อล คงได้รับรู้กันเต็ม 4 ห้องหัวใจเรียบร้อยแล้ว

5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ อาร์เซน่อล

เกร็ดน่าสนใจ

– ลิเวอร์พูล เสีย 5 ประตูในบ้านเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้นในช่วง 66 ปีที่ผ่านมา โดยอีกเกมก็เป็นแมตช์พบ อาร์เซน่อล ซึ่งพวกเขาแพ้ “ปืนใหญ่” 3-6 ในเกม ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) เดือนมกราคม 2007

– นี่เป็นสกอร์ที่สูงที่สุดในรายการลีก คัพ นับตั้งแต่เกมที่ ดาเกนแน่ม แอนด์ เร้ดบริดจ์ เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 6-6 เมื่อเดือนสิงหาคม 2014

– ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล เป็นคู่ที่มีการยิงประตูสูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์ ลีก คัพ ด้วยจำนวน 47 ประตูจากการพบกัน 15 แมตช์

– นี่เป็นสกอร์เสมอที่สูงที่สุดระหว่าง 2 ทีมพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เกมที่ เวสต์บรอม เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 5-5 เดือนพฤษภาคม 2013 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุมบังเหียน “ปีศาจแดง”

– ลิเวอร์พูลชนะการดวลจุดโทษ 8 เกมในลีก คัพ มากกว่าทีมอื่นๆ ในหน้าประวัติศาสตร์รายการนี้

– ไม่มีนักเตะในพรีเมียร์ลีกยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษในทุกรายการสำหรับฤดูกาลนี้มากกว่า อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (3 ประตู)

– มีเพียงแค่ 3 ครั้งที่ทีมเยือนยิงประตูได้มากกว่า 4 ลูกในแอนฟิลด์ ซึ่งทั้งหมดมาจากฝีเกือกของอาร์เซน่อล (ชนะ 6-3 เดือนมกราคม 2007 และเสมอ 4-4 เดือนเมษายน 2009)

– กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ เป็นนักเตะดาวรุ่งที่ยิงประตูได้มากที่สุดจากสโมสรใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรป ด้วยการซัดไป 7 ประตูจากการลงเล่นแค่ 7 เกมในทุกรายการ

– ชโคดราน มุสตาฟี่ เป็นนักเตะอาร์เซน่อลคนแรกที่ทำเข้าประตูตัวเองในลีก คัพ นับตั้งแต่ที่ คาลั่ม แชมเบอร์ส เคยทำแมตช์พบ สเปอร์ส ในเดือนกันยายน 2015

– ทีมตัวจริงของ ลิเวอร์พูล มีอายุเฉลี่ย 23 ปี 122 วัน ในแมตช์พบ อาร์เซน่อล ซึ่งถือเป็นทีมชุดอายุน้อยที่สุดของ “หงส์แดง” จากการลงเล่นทุกรายการนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 ในแมตช์ปะทะ พลีมัธ เกมเอฟเอ คัพ (22 ปี 253 วัน)…