About CarlieCastillo

Here are my most recent posts

ตำรวจไล่ล่าระทึก คนขับรถพ่วงเสพยานรก ฝ่าด่านตรวจหนีข้ามอำเภอไกลกว่า 50 กม.

ไล่ล่าระทึก พ่วงเสพยาฝ่าด่านตรวจ

ไล่ล่าระทึก ตำรวจ สภ.โชคชัย นครราชสีมา ขับรถไล่ล่า ก่อนประสานตำรวจต่างท้องที่ให้สกัดจับคนขับรถบรรทุกพ่วง ที่ฝ่าด่านตรวจหลบหนีข้ามอำเภอ ไปไกลกว่า 50 กิโลเมตร พอจับได้สารภาพพึ่งเสพยาบ้ามา กลัวถูกตำรวจจับ

เหตุระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อ 16 ก.ย.โดยตำรวจ สภ.โชคชัย ขับรถไล่ติดตามรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ไปแบบกระชั้นชิด ในขณะที่คนขับรถพ่วงพยายามหลบหนีไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 226 แยกหนองพลวง ตำบลจักราช ข้ามเขตไปในพื้นที่อำเภอจักราช ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปทางอำเภอพิมาย

รถพ่วงคันนี้ขับหนีไปไกลกว่า 50 กิโลเมตร ทำให้ ตำรวจ สภ.โชคชัย ประสานแจ้งตำรวจ สภ.พิมาย ระดมตำรวจกว่า 20 นาย พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน จอดปิดขวางถนน

เมื่อคนขับรถพ่วงเจอรถขวางอยู่จึงได้ชะลอความเร็วก่อนจะจอดรถ แล้วรีบเปิดประตูเตรียมวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจรีบเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ได้

นายนเรศ อินทร์จันทร์ วัย 41 ปี รับสารภาพว่า กำลังขับรถไปบรรทุกมันสำปะหลังที่จังหวัดอุดรธานี แต่ขณะที่ขับรถมาเห็นด่านตรวจจึงกลัวความผิด เพราะพึ่งเสพยาบ้ามา จึงได้ตัดสินใจฝ่าด่านหลบหนี

ตำรวจได้ตรวจค้นรถบรรทุกพ่วงอย่างละเอียด เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมนำตัว นายนเรศ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

เร่งสอบสวนคดี ชายถูกเผาเป็นตอตะโกเสียชีวิตอยู่ในรถบรรทุก 6 ล้อ

เร่งสอบคดีชายถูกเผา ในรถบรรทุก 6 ล้อเสียชีวิต

เร่งสอบคดีชายถูกเผา ร.ต.อ.นิพล ดีสันเทียะ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบล วังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้ และมีคนถูกไฟครอกเสียชีวิตอยู่ภายในรถ

โดยที่เกิดเหตุอยู่ในบ้านวังไผ่ หมู่ที่ 12 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้พบรถยนต์หกล้อ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 87-5247 นครราชสีมา บรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล ถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้สายยางฉีดน้ำดับไฟ หลังจากดับไฟได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นบริเวณที่นั่งด้านหน้าฝั่งคนขับ ได้พบร่างของชายวัยกลางคน เสียชีวิตในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโก บริเวณใกล้เคียงกันพบกระเป๋าสัมภาระของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายสมาน แฟสันเทียะ วัย 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ทางด้านนายติ๊ก (นามสมมติ) เจ้าของรถบรรทุกและนายจ้างของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่าช่วงนี้ได้รับเหมาขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว โดยมีนายสมานเป็นลูกจ้าง นอนเฝ้ารถบรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล ส่วนของสาเหตุไฟไหม้รถบรรทุกในครั้งนี้ ไม่น่าจะมาจากอุบัติเหตุหรือเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างแน่นอน แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายหวังที่จะเข้ามาขโมยรถบรรทุกปั๊มลมเจาะน้ำบาดาล เพราะนายสมานขับรถไม่เป็น แต่รถยนต์ได้เคลื่อนห่างออกมาจากจุดจอดรถประมาณ สิบ เมตร จึงคาดว่าคนร้ายพยายามลากจูงรถออกไป แต่ไม่สำเร็จเพราะรถถูกล็อกล้อไว้ ทางคนร้ายจึงได้ทุบศีรษะนายสมานจนเป็นรอยยุบบริเวณกะโหลก เมื่อเสียชีวิตแล้วนำมาวางไว้ที่บริเวณเบาะคนขับ ก่อนจะจุดไฟเผารถเพื่ออำพรางคดี

แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว ยังไม่ตัดทิ้งทั้งประเด็นอุบัติเหตุและฆาตกรรม โดยได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมกับสวนสอบสวนและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุต่างๆ เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป…

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม ‘มาดามเดียร์โมเดลลิ่ง’ ชวนเด็กสาวค้าประเวณีทางสื่อโซเชียล

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม ชวนเด็กสาวค้าประเวณี

รวบตัวแม่เล้าค้ากาม โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2020 พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม.พ.ต.ท.ไผท คูสันเทียะ, พ.ต.ท.วรพงษ์ เรือนชุ่มเชย รอง ผกก.๒ บก.ปคม. พร้อมชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ปคม. นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ที่ 151/2563 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 63 จับกุม น.ส.กรรณิกา ภักดี วัย 35 ปี มาดามเดียร์โมเดลลิ่ง

ถูกจับในข้อหา “เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15ปี แต่ไม่เกิน18ปี , ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้อื่น

หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี จัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่า 15ปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”

ซึ่งมีพฤติการณ์ที่ชักชวนเด็กสาวค้าประเวณีทางสื่อโซเชียล โดยจะส่งเด็กไปทำงานทั้งในและต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะรับเด็กในพื้นที่พัทยา เพื่อส่งให้ลูกค้า ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยในซอยกอไผ่ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง
จังหวัดชลบุรี และทำการจับกุมที่ บริเวณหน้าอพาร์ทเมนท์ ไม่ทราบชื่อ ภายในซอยกอไผ่ จากนั้นก็ นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ จยย. ลุงถือเหล็ก 1 เมตร ด่าหยาบโวยตำรวจ

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ ด่าหยาบตำรวจ

ฟิวส์ขาดถูกล็อคล้อ ที่กระบี่แชร์สนั่น ชายสูงอายุโวยตำรวจหลังถูกล็อคล้อ หน้าตลาดเหนือคลอง พร้อมถือเหล็ก 1 เมตร ขู่ตำรวจ ก่อนตำรวจจะปล่อยตัวไป เตรียมหารือว่าจะดำเนินคดีหรือไม่

โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. โลกโซเชียลของชาวกระบี่ ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอที่ผู้ใช้ชื่อว่า สุวรรณา บุตรหลี ได้โพสต์ พร้อมข้อความว่า อย่ามาบ้ากับกูนะ หรอย ๆ เหนือคลอง กระบี่ วึ่งในคลิปมีชายสูงอายุคนหนึ่ง ได้เกิดฟิวส์ขาด เดินถือวัตถุคล้ายท่อเหล็กยาวประมาณเกือบ 1 เมตร ตะโกนเอะอะโวยวายเสียงดัง ด่าด้วยคำหยาบคาย เดินออกไปริมถนนใกล้ป้อมตำรวจจราจร ทำให้ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นก็ตำรวจจราจรนายหนึ่ง เดินออกมาจากป้อม ออกไปที่ชายคนดังกล่าว ชายคนดังกล่าวก็ยังตะคอกด่าตำรวจจราจรด้วยคำหยาบคาย ก่อนตำรวจจราจรคนดังกล่าวจะนั่งลงไขกุญแจปลดโซ่ล็อคล้อรถ จยย.ที่จอดอยู่ออก

จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ย. บริเวณริมถนนเพชรเกษม ใกล้กับปากซอยเทศบาล 14 เขตเทศบาลตำบลเหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งชายคนในคลิปไม่พอใจที่ตำรวจจราจรใช้โซ่ล็อคล้อรถ จยย.ของตัวเอง ซึ่งรถ จยย.คันดังกล่าว จอดอยู่ริมทางที่มีการทาขาวแดงไว้ อยู่ตรงหน้าป้อมตำรวจกลางตลาด ซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอดรถ

พ.ต.ท.ยุทธศักดิ์ นุสรรัมย์ รอง ผกก.ป.สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนรับทราบแล้ว เนื่องจากมีการนำคลิปมาโพสต์ในโลกโซเชียล จากการตรวจสอบทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้มีชายคนดังกล่าวมาโวยวายใส่ตำรวจที่ถูกล็อคล้อ และได้ไปถอดกุญแจให้ปล่อยตัวไป โดยได้ว่ากล่าวตักเตือนไปเท่านั้น และไม่ได้มีการปรับใด ๆ เพราะจุดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาการจอดรถซ้อนคันและอยู่ใกล้แยกกลางตลาด ซึ่งเริ่มทำมาได้สองเดือนแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะได้หารือกับทางตำรวจที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะพบว่าชายคนดังกล่าวถืออาวุธและมีท่าทางข่มขู่เจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าชายคนนี้บ้านอยู่ ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง…

ลูกค้าแสบเอามะขามยัดไส้ยาบ้าฝากส่งไปเกาหลี เจ้าของร้านลั่น !!หวิดกลายเป็นคนส่งยา

หวิดกลายเป็นคนส่งยา ลูกค้ายัดยาส่งต่างประเทศ

หวิดกลายเป็นคนส่งยา 13 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tam Supamas ประกอบอาชีพรับขนส่งสินค้า-พัสดุไปที่ประเทศเกาหลี ได้มาโพสต์เตือนภัยคนที่ทำอาชีพรับส่งของไปยังต่างประเทศ หลังจากตนเองเกือบได้ต้องมาทำผิดกฏหมาย โชคดีที่รู้ทันและแจ้งตำรวจ สน.คลองตัน ให้เข้ามาตรวจสอบสินค้าที่มีคนมาฝากให้ส่งเป็นมะขามยัดไส้ยาบ้าส่ง เกาหลี

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tam Supamas ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “เตือนภัยแม่ค้าทุกท่าน บุคคลนี้เป็นภัยต่อสังคมนะคะ ให้ระวังไว้ด้วย จะส่งสินค้าไปประเทศเกาหลี แต่แอบเอายาเสพติดยัดใส่มะขาม อย่าให้มีที่ได้ยืนในสังคม ขอบคุณคุณตำรวจ สน.คลองตันที่ช่วยดูแลคดีนี้ให้ค่ะ”…

ขนมตาล กะทิมะพร้าวหอมอร่อย

สูตรขนมตาลมะพร้าว

สูตรขนมตาลมะพร้าว มีส่วนผสมขนมตาล น้ำตาลทราย 400 กรัม กะทิ 3 ถ้วย เนื้อลูกตาลสุก 350 กรัม แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ มะพร้าวทึนทึกขูดเส้นเล็ก (คลุกเกลือเล็กน้อยไว้สำหรับโรยหน้า) 2 ถ้วย

วิธีทำขนมตาลเริ่มจาก ละลายน้ำตาลทรายในกะทิ แล้วเติมเนื้อลูกตาลลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่แป้งและผงฟูลงไป คนจนเนียน
กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ประมาณ สิบ นาทีให้ส่วนผสมขึ้น

ระหว่างรอขนมขึ้น ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟกลางเตรียมไว้ แล้วเรียงถ้วยตะไลลงในลังถึง พอส่วนผสมครบเวลา แล้วตักส่วนผสมยอดลงในถ้วยตะไลจนเต็มถ้วย โรยด้วยมะพร้าวทึนทึก นึ่งบนน้ำเดือดประมาณ สิบห้า-ยี่สิบ นาที จนกระทั่งสุก ยกลงจากเตา พักให้เย็นแซะออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟขนมตาลมะพร้าวแสนอร่อย…

ขนมครก กระทิสูตรเด็ดจากชาววัง

ขนมครกหน้ากะทิ

ขนมครกหน้ากะทิ มีส่วนผสมดังนี้ แป้งขนมครก แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วย ข้าวสุก 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย เกลือสมุทร 1 ช้อนชา น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 1/2 ถ้วย

ส่วนผสมของหน้ากะทิ หัวกะทิ 3/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมของหน้าขนมครก ต้นหอมซอย เผือกหั่นเต๋าเล็กๆ เม็ดข้าวโพด น้ำมันพืช (สำหรับใช้ทาเบ้าขนมครก)

วิธีทำแป้งขนมครกเริ่มจาก นำส่วนผสมตัวแป้ง ทั้งแป้งข้าวเจ้า ข้าวสุก น้ำตาลทราย เกลือสมุทร น้ำปูนใส หัวกะทิ และหางกะทิ ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นจนละเอียดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เทใส่ภาชนะแล้ววางพักทิ้งไว้ประมาณ สิบห้า-ยี่สิบ นาที

วิธีทำหน้ากะทิเริ่มจาก ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรเข้าด้วยกัน แล้วคนผสมจนน้ำตาลทรายละลายแล้วค่อย ๆ ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากันดี แล้วเตรียมไว้

วิธีทำขนมครกเริ่มจาก นำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งใฟให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม พอแป้งเริ่มเซตตัว ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็ม ปิดฝาขนมครก พอขนมเริ่มสุก เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย เมื่อขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ ขนมครกแสนอร่อย…

ระทึกนาทีชีวิต รถโม่ปูนชนมหาวินาศแยกไฟแดงนครปฐม ตำรวจคาดเบรกแตก

ระทึกนาทีชีวิต รถโม่ปูน เบรกแตก

ระทึกนาทีชีวิต กล้องวงจรปิดจับภาพ รถบรรทุกสิบล้อขับมาด้วยความเร็วสูง ในระหว่างที่รถคันอื่นจอดติดรอสัญญาณไฟแดงกัน บริเวณสามแยกไฟแดง บาดเจ็บ 3 ราย

ในวันที่ 3 ก.ย.63 บริเวณถนนมาลัยแมน แยกไฟแดงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยา เขต

กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ระหว่างนั้นได้มีรถจำนวนหลายคันจอดติดไฟแดงที่สามแยก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน อยู่ๆก็ได้มีรถสิบล้อโม่ปูนวิ่งมาด้วยความเร็วและเข้าชน

มหาวินาศ ทำให้รถที่จอดไฟแดงนั้นได้รับความเสียหายหลายคันและมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่ที่สุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ได้เข้าทำความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำส่งโรงพยาบาล

อำเภอกำแพงแสน แต่รถสิบล้อคันดังกล่าวไม่มีทีท่าว่าจะเบรค พยายามแซงซ้ายและหักเข้าขวา เป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำและไปรถคันอื่นถึง 5 คัน

ได้ทราบชื่อคนขับรถสิบล้อ นายถวัลย์ เกาะกลาง วัย 51 ปี อาการบาดเจ็บสาหัส และมีผู้บาดเจ็บ

อีก 2 ราย นาง สมศรี สระทองแดง วัย 54 ปี และ ด ญ พิมลวรรณ เรืองทิม วัย 4 ปี โดย ผู้บาดเจ็บทั้งหมด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ สุขศาลานุเคราะห์นครปฐม นำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน ซึ่งเจ้า

หน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน จะทำการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ได้คาดว่ารถสิบล้อโม่ปูนคันดังกล่าวคงจะเบรกแตก พอมาถึงไฟแดงที่มีรถจอดรออยู่เป็นจำนวนหลายคัน รถสิบล้อคันดังกล่าว

ไม่มีทีท่าที่จะเบรค และพยายามจะหักหลบ ทำให้รถสิบล้อโม่ปูนคว่ำและพุ่งชนรถที่จอดไฟแดงดังกล่าว…

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว หลังชิงเงินร้านสะดวกซื้อ พบเป็นอดีต พนง.หาเงินจ่ายค่าที่พัก

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว

โจรแคชเชียร์โดนรวบแล้ว ตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ รวบ อดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ ชิงเงินร้านสะดวกซื้อปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 เผยตั้งใจมาก่อเหตุที่สาขานี้ พบประวัติเคยถูกให้ออกเพราะยักยอกเงินของสาขาที่เคยทำ ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เผยว่า ชุดทำงาน จับกุม นายจักรรินทร์ รักอยู่สุข หรือ อั๋น วัย 39 ปี หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดยาว 1 ฟุต จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 ซึ่งเข้ามาก่อเหตุ เมื่อช่วงเวลา 1.04 น. วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดหมู ใส่แมส ก่อนจะใช้อาวุธมีดเดินเข้าไปหลังเค้าท์เตอร์ จี้พนักงานชาย ให้เข้าไปหลังร้าน จากนั้นหยิบขนม มาสแกนที่เครื่องคิดเงิน 2 เครื่อง เพื่อให้ลิ้นชักเก็บเงินเปิด และหยิบเงินสดในลิ้นชักออกไป ก่อนที่จะเปิดเอาเงินที่อยู่ใต้ด้านล่างออกไปรวมทั้งสิ้น 14,734 บาท ในระหว่างนั้นมีลูกค้ามาซื้อของ ก็ทำทีเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ คิดเงินให้ลูกค้า โดยใช้เวลาอยู้ในร้านประมาณ 3-4 นาที หลังก่อเหตุ ข้ามสะพานลอย ไปขึ้นรถแท๊กซี่สีฟ้าแล้วหลบหนีไป พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พร้อมด้วย ชุดสืบสวน สน.บางกอกใหญ่ ได้ไล่ภาพกล้องวงจรปิด และดูจากพฤติกรรม เชื่อว่าเคยเป็นอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ จนได้สืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายอั๋น เคยเป็นอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ สาขาซอยอิสรภาพ 47 อยู่นาน 2 เดือน ก่อนถูกให้ออกจากงานเพราะเคยมีพฤติกรรมยักยอกเงิน จากนั้นก็ไปพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวที่ห้องพัก ย่านจรัญสนิทวงศ์ 25 เมื่อไม่มีเงิน ประกอบกับความมึนเมา จึงได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 8 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญาตลิ่งชันเพื่อออกหมายจับ ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธและพาอาวุธมีดไปในเมือง ซึ่งไม่มีเหตุอันควร จึงทำการเข้าจับกุมในห้องพัก ในเวลาประมาณ ห้าทุ่ม ในเบื้องต้นนายอั๋น ได้ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ซึ่งนำเงินที่ได้ไปให้ภรรยาจ่ายค่าห้องพักที่ติดค้างอยู่ โดยเจ้าตัวตั้งใจมาก่อเหตุที่สาขานี้ โดยหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ…

มือยิงสนั่นหาดชะอำ มอบตัวแล้ว อ้างทำไปเพราะป้องกันตัว

มือยิงสนั่นหาดชะอำ อ้างทำไปเพราะป้องกันตัว

มือยิงสนั่นหาดชะอำ ในความคืบหน้าการยิงกันที่ชายหาดชะอำ ระหว่างชาวชะอำด้วยกันเอง เหตุจากการตั้งเตียงผ้าใบชายหาดและเรือสปีดโบ๊ท รัวสนั่นเสียงดังลั่นไปทั้งชายหาดชะอำเหนือ สิ้นเสียงปืนมีผู้ได้บาดเจ็บจากกระสุน 2 คน 1 ใน 2 คนอาการสาหัส

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงทำให้มีผู้บาดสองราย ซึ่งพ่อผู้ต้องหานายทวี กำไลแก้วบอกว่าที่ลูกชายยิงเพื่อเป็นการป้องกันตัว ตนถูกต่อยที่ดวงตาก่อนที่ลูกชายจะวิ่งไปเอาปืนในรถมายิง โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนนี้อยู่ในห้องไอซียูมีอาการหนัก ส่วนสาเหตุเพราะมีปากเสียงกันเรื่องการวางเตียงผ้าใบให้บริการนักท่องเที่ยวที่ชายหาดชะอำ…