หญิงสาวถูกกระสุน M16 เจ้าหน้าที่ยิงผิด หมอรับขาอาจไม่เหมือนเดิม

หญิงสาวถูกกระสุน M16 เจ้าหน้าที่ยิงผิด หมอรับขาอาจไม่เหมือนเดิม

 

หญิงสาวถูกกระสุน M16 เจ้าหน้าที่ยิงผิด หมอรับขาอาจไม่เหมือนเดิม

หญิงสาวถูกกระสุน
หลังจากที่ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่งว่าลูกสาววัย 18 ปี ถูกลูกหลงจากอาวุธปืนสงครามชนิด M16 ยิงเข้าที่ขาซ้าย 1 นัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเจ้าหน้าที่ชุดปรามปรามยาเสพติดและตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาขณะล่อซื้อ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่อาสาฯกู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม M16 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงเดินทางไปยัง ม.7 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบ น.ส.ชนากานต์ คงนะ นั่งร้องครวญครางอยู่ภายในรถยนต์ด้วยความเจ็บปวด หลังถูกกระสุนยิงเจาะเข้าที่ฝั่งคนนั่ง ทะลุขาซ้าย 1 นัดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกขาแตกละเอียด เส้นเอ็นขาดและเสียเลือดมาก จึงได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ทันที
เบื้องต้นนางสาวชนากานต์ ให้ข้อมูลว่าวันเกิดเหตุ “นายซับ” แฟนหนุ่มที่เพิ่งเริ่มคบหาดูใจได้ 3 สัปดาห์ชวนไปรับประทานข้าวนอกบ้าน แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณ ซ.โรงแรมบ้านสวนฝน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี จู่ๆ ก็มีรถกระบะขับมาประกบฝั่งซ้าย ก่อนใช้อาวุธสงครามยังเข้ามาในรถ 1 นัด ถูกขาซ้ายของตนจนกระดูกบริเวณหน้าแข้งแหลกละเอียด แฟนหนุ่มจึงเร่งเครื่องขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณริมถนน ในพื้นที่ ม.7 ต.ลาดหญ้า ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไป ทิ้งตนเองนอนบาดเจ็บอยู่ในรถเพียงลำพัง ก่อนที่จะมีพลเมืองดีติดต่อกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ
หญิงสาวถูกกระสุน
หลังเกิดเหตุครอบครัวเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ลาดหญ้า จนทราบว่าคนที่ยิงหญิงลูกสาว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ ยศสิบตำรวจโท ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สนธิกำลังเข้าล่อซื้อและจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด
วันที่ 3 ต.ค. ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ลงพื้นที่ไปสอบถามรายละเอียดกับนางฉัตรสุวรรณ ดวงใจภักดี แม่ของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเผยว่าภายหลังเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ได้มีการนัดเจรจากับคู่กรณีที่ สภ.ลาดหญ้า โดยในวันนั้นฝ่ายของสิบตำรวจโทคู่กรณียอมรับว่าเป็นคนยิงจริง แต่เป็นการยิงผิดตัวและไม่ได้ตั้งใจ และทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เกี่ยวข้องในเวลานั้นได้นำเงินมาให้เป็นจำนวน 30,000 บาท พร้อมกับขอร้องว่าไม่ให้เอาผิดทางคดีอาญา ซึ่งทางครอบครัวต้องการให้คู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องชดใช้ค่าเสียหาย และดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เนื่องจากลูกสาวของตนต้องกลายเป็นผู้พิการไปตลอดชีวิต แต่พบว่าตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา คู่กรณีมีการบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน นายไชยา คงนะ พ่อของผู้บาดเจ็บ บอกว่าตนเองพยายามติดต่อกับครอบครัวของอีกฝ่ายมาโดยตลอดว่าจะรับผิดชอบความเสียหายของลูกสาวได้อย่างไร ซึ่งล่าสุดได้รับคำตอบกลับมาว่า “แค่ครอบครัวตนคนเดียวคงไม่สามารถรับผิดชอบทั้งหมดได้ และเหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการร่วมอีกตั้งหลายนาย เหตุใดถึงติดต่อมาที่ตนคนเดียว”
ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ยังได้ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ไปยังพ่อของตำรวจที่ยิงสาววัย 18 ปีจนพิการ ซึ่งพบว่ามีท่าทีบ่ายเบี่ยงที่จะให้ข้อมูลต่างๆ และบอกแต่เพียงสั้นๆ ว่า “คดีนี้ทางผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรีจะเป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด”
หญิงสาวถูกกระสุน
ส่วนอาการของนางสาวชนากานต์ หรือ ปูเป้ วันนี้ทางคณะแพทย์ของ รพ.พหลพลพยุหเสนา ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้าในการรักษา เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาในการรักษา 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อประสานกันในระดับหนึ่ง ยอมรับว่าความเสียหายของเส้นเอ็นที่ถูกกระสุนตัดขาด จะส่งผลให้ขาซ้ายไม่สามารถใช้การได้ตามปกติ
ด้าน พ.ญ.สุขุมาลย์ เล็กมีชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช กล่าวว่าขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการเครียดอย่างหนัก จนเกิดภาวะช็อก จากเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น จากคนที่มีรูปร่างดี ต้องกลายมาเป็นคนพิการ ทำให้ต้องมีการดูแลสภาพจิตใจเป็นพิเศษเนื่องจากในระยะยาวอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ถึงขั้นฆ่าตัวตายได้
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางครอบครัวของนางสาวชนากานต์ เดินทางเข้าสอบถามความคืบหน้ากับ พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พบว่าขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ชุดร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดในวันเกิดเหตุ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และได้ส่งเรื่องไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดให้พิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป
ธนภัทร ติรางกูล ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ยังได้โทรศัพท์ติดต่อนางสาวแอล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้บาดเจ็บ และเป็นเพียงคนเดียวที่ทราบว่านางสาวชนากานต์กำลังคบหาดูใจกับ “นายซับ” ได้เพียงแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ แต่ที่ไม่พอใจคือเพราะเหตุใดวันเกิดเหตุหลังจากที่เพื่อนตนถูกยิง ถึงได้หลบหนี จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตามตัวได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *