ขนมปังปิ้งเสียบไม้

ขนมปังปิ้งเสียบไม้ สูตรทำขนมขาย อาชีพเสริมทำเงินที่น่าสนใจ

ขนมปังปิ้งเสียบไม้  เมนูขนมปังปิ้งเป็นสูตรขนมทำขายสุดคลาสสิกที่กินได้ทุกวัย

ขนมปังปิ้งเสียบไม้ ใครอยากจะขายลองฉีกกรอบจับเสียบไม้กันเถอะ แต่ต้องหาขนมปังก้อนแบบหนาหน่อยจะได้เสียบไม้ได้ถนัดมือและเอาไปย่างจนกรอบนุ่ม สุดท้ายราดท็อปปิ้ง

ส่วนผสม ขนมปังปิ้งเสียบไม้

​​ •​ ​ขนมปังก้อน (แบบไม่หั่น) 1 แถว (ประมาณ 1 ปอนด์)
​​ •​ ​ตะเกียบไม้ (หรือไม้เสียบลูกชิ้น)
​​ •​ ​เนยสดชนิดจืด 6 ออนซ์ (หรือเค็มก็ได้ ตามชอบ)
​​ •​ ​น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
​​ •​ ​เกลือป่น 1/2 ช้อนชา (ถ้าใช้เนยเค็มไม่ต้องใส่)

​ท็อปปิ้ง (ตามชอบ)

•​ ​นมข้นหวาน
•​ ​ซอสช็อกโกแลต
•​ ​ซอสสตรอว์เบอร์รี
•​ ​สังขยาใบเตย
•​ ​น้ำพริกเผา
•​ ​กล้วยหอมสไลซ์เป็นแว่น

ขนมปังปิ้งเสียบไม้

วิธีทำ

​​ ►​ ​หั่นขนมปังออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม หนาประมาณ 2 1/2 นิ้ว จากนั้นสไลซ์ขอบขนมปังออกทั้ง 4 ด้าน

​​ ►​ ​หั่นครึ่งขนมปังอีกครั้งให้เป็นแท่ง (ตามภาพ) จากนั้นนำตะเกียบเสียบเข้าไปในขนมปังให้มีลักษณะเหมือนไอศกรีม ทำจนครบ เตรียมไว้

​​ ►​ ​ตีเนยสด (อุณหภูมิห้อง) ด้วยเครื่องตีแป้งมือถือ ใช้ความเร็วปานกลางตีให้เนยขึ้นฟูเป็นเนื้อครีม

​​ ►​ ​จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป (ถ้าเป็นเนยเค็มไม่ต้องใส่เกลือและชิมรสก่อน) ตีให้เข้ากันอีกครั้งจนเป็นครีมสีขาวฟู

​​ ►​ ​นำครีมที่ตีไว้มาทาลงบนขนมปังให้ทั่วทั้งชิ้น

​​ ►​ ​นำขนมปังไปวางในกระทะ ใช้ไฟปานกลางปิ้งจนขนมปังเป็นสีน้ำตาลทั้ง 4 ด้าน ด้านละประมาณ 2-3 นาที (หรือตามชอบ)

​​ ►​ ​นำขนมปังปิ้งมาราดด้วยนมข้นหวาน แต่งด้วยกล้วยหอมสไลซ์ โรยถั่วพิสตาชิโอ

​​ ►​ ​หรือนำขนมปังปิ้งมาราดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี แต่งด้วยวิปปิ้งครีม
​​ ►​ ​ท็อปปิ้ง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ไม่ตายตัว หรือถ้าชอบแบบไทย ๆ หน่อยสามารถเสิร์ฟพร้อมกับสังขยาใบเตย น้ำพริกเผา หรือถ้าอยากให้ออกไปทางของคาวหน่อย ในขั้นตอนการตีเนยกับน้ำตาลทรายให้เปลี่ยนไปใช้กระเทียมสับแทนน้ำตาล ก็จะได้ขนมปังกระเทียมแบบแท่งพร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

ขนมบัวลอยไส้มันม่วง

ขนมบัวลอยไส้มันม่วง สูตรขนมไทยมีไส้แป้งนุ่มซ่อนไส้อร่อยเพลิน

ขนมบัวลอยไส้มันม่วง  บัวลอยหลากสีใคร ๆ ก็ทำขายกันทั้งนั้น ถ้าไม่อยากให้เหมือนเจ้าอื่นลองเพิ่มไซซ์บัวลอยให้ใหญ่ขึ้นแล้ว

ขนมบัวลอยไส้มันม่วง สอดไส้มันม่วงหรือไส้อื่น ๆ ตามชอบ นอกจากราดกะทิสดน่าจะมีน้ำขิงสำหรับคนรักสุขภาพด้วยนะคะ

ส่วนผสม บัวลอยไส้มันม่วง
มันม่วงญี่ปุ่น
แป้งข้าวเหนียว
สีผสมอาหาร

ส่วนผสม น้ำขิง
ขิง
น้ำตาลทรายแดง
เกลือ
น้ำ

ส่วนผสม น้ำกะทิ
กะทิ
น้ำตาลทรายขาว
เกลือ

ขนมบัวลอยไส้มันม่วง

วิธีทำบัวลอยไส้มันม่วง

​​​​► ปอกเปลือกมันม่วง ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น วางเรียงบนซึ้งแล้วนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที

​​​​► พอมันม่วงสุกก็บดให้ละเอียดแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ

​​​​► เทแป้งข้าวเหนียวใส่ในภาชนะ ทำหลุมตรงกลางแล้วค่อยใส่น้ำ นวดไปเรื่อย ๆ จนแป้งจับตัวเป็นก้อนไม่ติดมือ แบ่งใส่สี 2 สี นวดต่อจนสีเนียนสวย

​​​​► ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม รีดแป้งให้บางแล้วใส่ไส้มันม่วงคลึงให้กลม (ดูเพิ่มในรูปและวิดีโอ)

​​​​► ตั้งน้ำให้เดือด ต้มแป้งให้สุก เมื่อแป้งสุกดีแล้วแป้งจะลอยขึ้น ตักขึ้นน็อกน้ำเย็น

​​​​► ทำน้ำขิงโดยต้มน้ำให้เดือดใส่ขิง น้ำตาลทรายแดง และเกลือ ชิมรสตามใจชอบ แล้วตักแป้งบัวลอยใส่ในหม้อ รอน้ำขิงเดือดก็เสร็จ ตักกินร้อน ๆ ได้
​​​​► ทำน้ำกะทิโดยต้มกะทิให้เดือด ใส่เกลือและน้ำตาลทราย ใส่แป้งบัวลอย รอให้กะทิเดือดก็เสร็จค่ะ

​​​​► ทำปริมาณน้อย ๆ สำหรับกิน 2-3 คนค่ะ ไส้มันม่วงซ่อนอยู่ข้างในแบบนี้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ทองหยอด

ทองหยอด สูตรขนมไทยรถเข็น เมนูสร้างอาชีพจากขนมหวานในตำนาน

ทองหยอด  ลองทำกันเลยดีไหมกับเมนู ขนมไทยรถเข็นสีสวย

ทองหยอด รูปทรงหยดน้ำรสชาติหวานฉ่ำ มาพร้อมวิธีทำน้ำเชื่อมและน้ำเชื่อมเย็นสำหรับหล่อขนม

ส่วนผสม
ไข่แดง ของไข่เป็ด 10-15 ฟอง
แป้งข้าวเจ้าหรือแป้ง หรือเอาแป้งข้าวเจ้าไปอบควันเทียนทิ้งไว้ 1 คืน

 ทองหยอด

ส่วนผสม น้ำเชื่อมเย็น สำหรับหล่อขนม
น้ำลอยดอกมะลิ 500 กรัม (ถ้าไม่ชอบหวานมากก็เติมน้ำลงไป 200-300 กรัมก็ได้)
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 800 กรัม (ถ้าชอบหวาน ๆ ก็ใส่แค่ 500 ก็พอ ถ้าไม่มีมะลิจะใส่กลิ่นมะลิลงไปสัก 1-2 หยดก็ได้)

วิธีทำ
1. ทำโดยตีไข่แดงให้ขึ้นฟู แบ่งไข่ใส่ถ้วย ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ค่อย ๆ ใส่ทีละช้อน แล้วตะล่อมเบา ๆ จนเข้ากัน การใส่แป้ง จะทำให้ไข่ไม่เหลว และอยู่ตัวขึ้นรูปง่ายเวลาหยอด พอเข้ากันแล้วก็เตรียมนำมาหยอดได้
2. ต้มน้ำเชื่อมจนเดือดเป็นฟองฟู แล้วจึงหยอดไข่ลงไป (ในสูตรใช้น้ำเชื่อมที่ทำทองหยิบ แล้วเติมน้ำไปอีก 200-300 กรัม) การหยอดสำหรับมือใหม่ จะตักไข่ประมาณปลายช้อน ใช้นิ้วชี้ปาด แล้วเอาช้อนปาดรวบใต้นิ้วอีกที เพื่อทำเป็นหยดน้ำ หยอดแบบนี้เราจะกะขนาดลูกได้ง่าย ออกมาเป็นหยดน้ำสวยงาม เวลาหยอดถ้าไข่เหลวไปก็ สามารถเติมแป้งได้ค่ะ น้ำเชื่อมควรเป็นน้ำเชื่อมที่ผ่านการทำขนมหรือผ่านไข่มาบ้าง จะทำให้เดือดเป็นฟองฟูแบบนี้ (ช้อนที่ใช้หยอดไข่จะเป็นช้อนกาแฟ ลูกเล็กใหญ่แล้วแต่ชอบเลย ในสูตรตักประมาณ เกือบ 1/2 ช้อน)
3. ต้มประมาณ 2-3 นาที เหยาะน้ำลงไปเล็กน้อยเพื่อเช็กว่าสุกหรือยัง ถ้าลอยและสีเข้มขึ้นแสดงว่าสุกแล้ว ตักขึ้นได้เลย พักในน้ำเชื่อมเย็น แช่ไว้ประมาณ 2-3 นาที จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำเชื่อม

ขอบคุณแหล่งที่มาhttps://cooking.kapook.com/

ขนมน้ำดอกไม้

ขนมน้ำดอกไม้ ขนมชักหน้า สูตรขนมไทยถ้วยจิ๋วหลากสีกินเพลิน ๆ

ขนมน้ำดอกไม้  ขนมน้ำดอกไม้ หรือขนมชักหน้า เป็นขนมไทยโบราณที่มีสีสันสวยงามชวนรับประทานเลยทีเดียว เนื้อขนมเหนียว นุ่ม รสชาติหวานกำลังดี บางคนหยิบรับประทานเพลิน ๆ

ขนมน้ำดอกไม้ หันมาอีกทีก็หมดเสียแล้ว วันนี้เรานำวิธีการทำขนมน้ำดอกไม้มาฝากค่ะ ลองทำดู ขนมไทยอร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

​​ ​​​​►​ ​แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
​​ ​​​​►​ ​แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​​​►​ ​น้ำลอยดอกมะลิ 2+1/2 ถ้วยตวง (ถ้าไม่มีให้ใช้น้ำ 2+1/2 ถ้วยตวงผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)
​​ ​​​​►​ ​น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
​​ ​​​​►​ ​สีผสมอาหารตามชอบ
​​ ​​​​►​ ​ถ้วยตะไล

ขนมน้ำดอกไม้

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อม เข้าด้วยกัน เตรียมไว้
2. ใส่น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำตาลทรายไปลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ คนจนเข้ากันดี และน้ำตาลละลายเป็นน้ำเชื่อม ยกลง พักทิ้งไว้จนเย็น
3. ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำเชื่อมลงในส่วนผสมแป้งทีละน้อย คนจนข้ากันดี แบ่งส่วนผสมสำหรับผสมสีต่าง ๆ จากนั้นค่อย ๆ เติมสีผสมอาหารลงไปให้มีสีอ่อน เตรียมไว้
4. ใส่ถ้วยตะไลลงนึ่งประมาณ 10 นาที จากนั้นหยอดส่วนผสมแป้งลงในพิมพ์ ประมาณ 1/2 ของพิมพ์ นำไปนึ่งประมาณ 15 นาทีจนแป้งสุก นำขึ้นจากชุดนึ่งใส่ลงในถาดที่ใส่น้ำเอาไว้ จากนั้นพักขนมทิ้งไว้ให้เย็น แกะออกจากพิมพ์ จัดใส่จานให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมหม้อแกงเผือก

ขนมหม้อแกงเผือก สูตรไร้แป้งอบร้อน ๆ หอมอร่อยหวานมัน

ขนมหม้อแกงเผือก เพราะอยากกินเลยขอลองทำสักครั้ง ขนมหม้อแกงเผือก สูตรขนมไทยไม่ใส่แป้ง เนื้อนุ่มหวานหอม อบจนสุกแล้วโรยหอมเจียว อยากได้สักหม้อจังเลย

ขนมหม้อแกงเผือก ตรนี้ไม่ใส่แป้ง จับกะทิผสมกับไข่และน้ำตาลโตนด เพิ่มกลิ่นหอมจากใบเตย สุดท้ายใส่เผือกบด ใครจะดัดแปลงเป็นหม้อแกงถั่วหรือหม้อแกงฟักทองก็ได้นะคะ

ส่วนผสม ขนมหม้อแกงเผือก

• ไข่เป็ด 5 ฟอง
• หัวกะทิ 400 กรัม
• น้ำตาลโตนด 250 กรัม
• ใบเตย 5 ใบ
• เผือกนึ่ง 300 กรัม
• หอมแดงเจียวตามชอบ (สำหรับโรยหน้าขนม)
• น้ำมันหอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

ขนมหม้อแกงเผือก

วิธีทำขนมหม้อแกงเผือก

• เริ่มจากเจียวหอมแดงให้เหลืองพักไว้

• ผสมไข่ หัวกะทิ น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำ ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้

• บดเผือกนึ่งด้วยส้อมหรือที่บดให้ละเอียด นวดให้เข้ากัน

• นำส่วนผสมไข่มากรองแล้วเทลงในชามเผือกบด

• ใส่น้ำมันหอมเจียว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เป็นอันเรียบร้อย

• ตักใส่ถ้วย เปิดไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 20 นาทีหรือจนสุก

• พอสุกแล้ว โรยด้วยหอมเจียว พร้อมชิมค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

บัวลอยกุหลาบ 5 สี 

บัวลอยกุหลาบ 5 สี สูตรทำบัวลอยหลากสี เนรมิตขนมไทยเอาใจสายหวาน

บัวลอยกุหลาบ 5 สี  หน้าตาบัวลอยหลากสีถ้วยนี้แสนโรแมนติก ขอนำเสนอเมนูบัวลอย

บัวลอยกุหลาบ 5 สี ตัวแป้งใส่สีผสมอาหารแล้วทำเป็นรูปดอกกุหลาบ พอต้มจนสุกก็ราดน้ำกะทิใบเตยลงไป

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
• กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้ค่ะ)
• สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี เช่น สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
• แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิราดบัวลอย

• กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1-2 ช้อนชา
• ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

บัวลอยกุหลาบ 5 สี 

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้ แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ
2. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5-2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
3. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้น แล้วแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
4. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
5. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ แล้วจัดเสิร์ฟร้อน ๆ จ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง

ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง สูตรขนมไทยธัญพืช อร่อยปากทำง่ายเติมสุขภาพ

ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง  แค่เห็นภาพก็อยากลองทำแล้ว พบกับเมนูขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง

ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับถั่วซีกปรุงรสสอดไส้ในแป้งข้าวเหนียวปั้นก้อนกลม เสร็จแล้วคลุกงาขาวจนทั่วแล้วเอาไปทอดจนแป้งสุก
​​
ส่วนผสม ขนมงาทอด

• ถั่วเหลืองซีก
• กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 160 กรัม
• แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• งาขาว
​​ขนมงาทอดไส้ถั่วเหลือง
วิธีทำขนมงาทอด

1. นำถั่วซีกไปแช่น้ำข้ามคืน ล้างให้สะอาดจนน้ำใส ประมาณ 5 ครั้ง แล้วนำไปนึ่ง ประมาณ 30 นาที พอถั่วซีกสุกก็ใส่ภาชนะผึ่งให้แห้ง
2. ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน เทถั่วซีกนึ่งลงในกระทะ ตามด้วยกระเทียม เกลือ และน้ำตาลทราย 80 กรัม ค่อย ๆ คนให้เข้ากัน เคี่ยวไฟอ่อนจนถั่วซีกเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลม
3. แบ่งแป้งข้าวเหนียวออกมา 3 ช้อนโต๊ะ นวดแป้งกับน้ำจนเนื้อเนียนเข้ากัน นำไปต้มให้สุก ผ่านน้ำเย็น และนำแป้งที่เหลือผสมน้ำตาลทรายที่เหลือ กับผงฟู ใส่แป้งสุกลงไปนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าแป้งแห้งไปก็ใส่น้ำลงไปหน่อย คลึงแป้งให้เป็นท่อนยาว แล้วตัดแบ่งแป้งตามชอบ เพื่อจะมาห่อไส้
4. คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม แผ่แป้งให้แบน ใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ห่อไส้ให้เรียบร้อย จากนั้นคลึงให้เป็นก้อนกลมอีกครั้ง นำไปคลุกบนงาขาวให้ทั่ว
5. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางใส่น้ำมันลงไป ใส่ขนมงาลงไปทอด หมั่นคนตลอด จะได้สุกสีสวยสม่ำเสมอกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมเปียกปูนกะทิสด

ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อหนึบหอมเข้มกลิ่นใบเตย

ขนมเปียกปูนกะทิสด เนื้อขนมเปียกปูนนุ่มเหนียวใส่ใบเตย ราดกะทิรสเค็มตัดเลี่ยน โรยงาขาวคั่วเพิ่มกลิ่นหอม ใครยังไม่เคยลองจัดเลยจ้า

ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมเปียกปูนกะทิสดเป็นขนมหวานไทยที่อร่อยและวิธีการทำไม่ยุ่งยาก มาดูวิธีทำกันค่ะ

ส่วนผสม ขนมเปียกปูนกะทิสด

• แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
• แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
• น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
• เกลือเล็กน้อย
• น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม

ส่วนผสม กะทิราดหน้าขนม

• กะทิ 500 กรัม
• เกลือแค่หยิบมือ
• แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้นะคะ แต่ที่ใส่เพื่อให้น้ำกะทิข้น)
• งาขาวคั่ว

ขนมเปียกปูนกะทิสด

วิธีทำขนมเปียกปูนกะทิสด

• นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำปูนใส และน้ำใบเตยผสมกันและนวดจนเข้ากันดี

• ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลปี๊บ นวดต่อจนเข้ากันดี

• กรองส่วนผสมแป้งด้วยตะแกรง 1 รอบ

• ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน พอแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน ค่อย ๆ กวนต่อจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี สังเกตจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา ถ้าแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้วค่ะ (ดูวิธีทำในคลิปวิดีโอ)

• ตักขนมเปียกปุนใส่ถุงบีบ และใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย

วิธีทำกะทิราดหน้าขนม

• ใส่หัวกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมจนเดือด เสร็จแล้วตักกะทิราดหน้าขนมเปียกปูนเลยค่ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอม ๆ

• สูตรนี้จะทำกี่ครั้ง กินกี่ครั้งก็อร่อยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

โอนีแปะก๊วย

โอนีแปะก๊วย สูตรทำข้าวเหนียวเปียก ขนมไทยหอมนุ่มหวานมันอร่อยได้ทุกวัย

โอนีแปะก๊วย  นานแล้วที่ไม่ได้กิน แต่ครั้นอยากกินก็ไม่รู้จะหาซื้อจากที่ไหน วันหยุดมาลองทำเองดีกว่า พบกับเมนูสูตรจาก คุณ gismonoy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

โอนีแปะก๊วย จับเผือกไปนึ่งจนสุกแล้วบดจนละเอียด เสร็จแล้วเอาไปกวนจนแห้ง เสิร์ฟกับข้าวเหนียวมูน แต่งด้วยแปะก๊วยกับพุทราจีน

ส่วนผสม

• เผือก 250 กรัม
• น้ำตาลทราย 175 กรัม
• น้ำกะทิ (ใส่กะทิลงไปจนกว่าเนื้อเผือกจะใสจนสามารถปั่นได้)
• แปะก๊วยต้มสุก 100 กรัม
• ข้าวเหนียวมูน (วิธีทำข้าวเหนียว (มูนจากหม้อหุงข้าว) กะทิถั่วดำ)
• พุทราจีนเชื่อม
• เนื้อมะพร้าวอ่อน (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย (หรือน้ำลอยดอกมะลิ)
• แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

โอนีแปะก๊วย

วิธีทำโอนีแปะก๊วย

1. ปอกเปลือกเผือกออกแล้วล้างให้สะอาด นำเผือกไปนึ่งให้สุกแล้วใช้ที่บดแครกเกอร์ยีพอหยาบ ๆ จากนั้นนำเผือกที่บดแล้วใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เติมกะทิลงไป (กะให้ส่วนผสมเหลวพอที่จะปั่นได้) แล้วปั่นเผือกให้ละเอียด
เคล็ดลับ คือ วิธีนี้จะทำให้เผือกมีเนื้อละเอียดเนียนสวย โดยไม่ต้องนั่งยีให้เหนื่อยเหมือนคนโบราณ
2. นำกระทะทองเหลืองขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่เผือกที่ปั่นไว้ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย 175 กรัม กวนผสมให้เข้ากัน พอส่วนผสมเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน หมั่นกวนตลอดเวลาจนส่วนผสมเหนียวแห้ง ประมาณ 1 ชั่วโมง ยกลงจากเตา
3. นำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำเปล่าลงไปต้มพอเดือด ใส่แปะก๊วยลงไปต้มสักพัก ใส่น้ำตาลทรายลงไปเคี่ยวให้น้ำตาลรัดแปะก๊วย ยกลงจากเตา เตรียมไว้
4. ตักเผือกกวนใส่ถ้วย (ประมาณ 3/4 ถ้วย) จากนั้นใส่ข้าวเหนียวมูนตามลงไปแล้วอัดให้แน่น คว่ำลงในจานสำหรับเสิร์ฟ
5. ทำน้ำเชื่อม โดยเคี่ยวส่วนผสมทุกอย่างจนละลาย ราดลงบนเผือกกวนกับข้าวเหนียว แต่งด้วยแปะก๊วยกับพุทราจีนเชื่อม (ในสูตรหยดน้ำกะทิที่เคี่ยวกับเกลือ และใส่แป้งข้าวโพดนิดหน่อย)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด

ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ขนมหวานอร่อยนุ่มหอมกลิ่นใบเตย

ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด  มาต่อกันที่เมนูข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด สูตรนี้ใส่น้ำใบเตยเพิ่มสีสัน ต้มจนข้าวเหนียวนุ่ม ใส่ข้าวโพดเยอะตามชอบ เอาล่ะ… หยิบถ้วยมาตักกันเลยค่ะ

ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด  ในเมื่อร่างกายต้องการความหวานก็ต้องทำข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน สูตรขนมไทยใส่กะทิหอมกลิ่นใบเตย แค่ถ้วยเดียวคงไม่พออิ่ม

ส่วนผสม ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด

• ข้าวเหนียว
• ข้าวโพด
• กะทิ
• ใบเตย

ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด

1. เอาข้าวเหนียวไปต้มกับน้ำเปล่าจนสุก พักไว้
2. เอาข้าวโพดไปต้มจนสุกแล้วแช่น้ำเย็น เสร็จแล้วฝานเมล็ด เตรียมไว้
3. นำใบเตยไปปั่นจนละเอียด เสร็จแล้วคั้นเอาแต่น้ำใบเตย i99bet นำใส่หม้อใช้ไฟกลาง เติมน้ำตาลทราย รอจนเดือด ใส่ข้าวโพด และข้าวเหนียว คนพอเข้ากัน ปิดไฟ
4. ตักใส่ถ้วย ราดกะทิ จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/…